ไลฟ์สไตล์

พลิ้วไหวอย่างไหมไทย

พลิ้วไหวอย่างไหมไทย

09 ก.ค. 2554

ล้างความคิดกันไปได้เลยกับการยึดติดความคิดเก่าๆ ที่ว่า "ผ้าไหม" จะต้องเนี้ยบ หรู และเหมาะสำหรับเสื้อผ้าที่เป็นทางการเพียงอย่างเดียว เมื่อดีไซเนอร์ไทยผู้หลงใหลได้ปลื้มกับความพิเศษของผ้าไหมไทยเป็นชีวิตจิตใจอย่าง สาวิตรี อัครมาส เจ้าของห้องเสื้อ "กนิษฐ์" อันเ

          ในงาน "สืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยสู่สากล" อันเกิดจากความร่วมมือของ 4 จังหวัดอีสานใต้ ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และนครราชสีมา ดีไซเนอร์ฝีมือฉกาจ ก็ไว้ลายฝีไม้ลายมือด้วยการนำทัพนางแบบกว่า 40 ชีวิตมาร่วมโชว์แฟชั่น "ผ้าไหม" ภายใต้คอนเซ็ปต์ "บิวตี้ แอดน์ อิลิแกนท์" โดยเจ้าตัวเล่าถึงหลักในการออกแบบของแต่ละคอลเลกชั่น โดยเริ่มจาก "บีชแวร์" ที่เน้นการโชว์ดีไซน์เก๋ไก๋ให้มีลักษณะคล้ายๆ บีกินนี่ และสีสันสดใสมีให้เลือกทั้งสไตล์ผูกคอ หรือ เกาะอก เหมาะสำหรับใส่เล่นในบรรยากาศชายหาด แต่ถ้าจะใส่ลงน้ำทะเลคงไม่เหมาะเท่าไหร่เนื่องจากเนื้อผ้าไม่ได้ถูกผลิตมาให้ยืดหยุ่นอย่างชุดว่ายน้ำ
 
          ถัดมาเป็น "ปาร์ตี้แวร์" และ "อิฟนิ่งแวร์" ซึ่งนักออกแบบหัวใจไทยก็ยังคงดึงเอาความงดงามและสวยสง่าของเนื้อผ้าขึ้นมาโชว์ควบคู่กับการออกแบบและคัตติ้งที่เน้นโค้งเว้า เบาสบาย เรียกว่า ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับอากาศร้อนๆ ของเมืองไทย โดยเฉพาะการเลือกนำผ้าไหมมาใช้เป็นตัวซับในแทนที่จะใช้ผ้าใยสังเคราะห์ทั่วๆ ไป เพื่อให้ผู้สวมใส่ได้สัมผัสกับโปรตีนจากไหม ซึ่งผ่านการวิจัยมาแล้วว่าหากซึมซับเข้าไปสู่ผิวกายก็ทำให้เป็นผลดีต่อผิวพรรณ ขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้รู้สึกหนักและเหนอะหนะด้วยว่าผ้าไหมมีคุณสมบัติซับเหงื่อได้เป็นอย่างดี
 
          ปิดท้ายที่คอลเลกชั่น "ชุดเจ้าสาว" ที่งานนี้ สาวิตรี ขอรีเทิร์นกับไปในบรรยากาศแห่งความหวานชื่นอบอวลของเจ้าชายวิลเลี่ยม กับ ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ด้วยชุดแต่งงานสไตล์เรียบง่ายคล้ายๆ กัน ทว่าต่างกันตรงที่ชุดเธอขอโชว์ลวดลายของเส้นไหมรวมถึงเน้นการตัดเย็บจากผ้าไทยล้วนๆ พร้อมกับย้ำว่า หลายคนมักคิดว่า ชุดผ้าไหมต้องเป็นทรงแข็งๆ ทื่อๆ ซึ่งแท้จริงแล้ว ไหมไทยพริ้วไหวสวยกว่าผ้าชนิดไหนๆ หากได้ลองสวมใส่รับรองจะต้องติดใจ...อ๊ะๆ แถมฝากทิ้งท้ายไว้อีกว่าเทรนด์สำหรับผ้าไหมของฤดูกาลนี้ก็ต้องสี พาสเทล

"จ้าว ก.แก้ว ณ บางนา"