
สกอ.วอนมหาลัยผลิตบัณฑิตอิงกรอบทีคิวเอฟ
สกอ.ขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตโฉมใหม่ อิงตามกรอบทีคิวเอฟ ชี้หลักสูตรแนวใหม่ของสถาบันอุดมศึกษาต้องเน้นมาตรฐานผลการเรียนรู้ของบัณฑิต พร้อมปรับปรุงบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมต่างๆ เอื้อให้บัณฑิตพัฒนาตนเองให้มีคุณลักษณะและมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่พึงประสงค์
(7ก.ค.) รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวถึงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง“กรอบมาตรฐานคุณวุฒิ: การเขียนและการประเมินมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่ดี” เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา เป็นระบบที่มีการเรียนการสอน และการวิจัยในศาสตร์และวิทยาการชั้นสูง เพื่อให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคมได้โดยตรง ซึ่งหากได้มีการขับเคลื่อนสถาบันอุดมศึกษาตามกรอบแนวทางการปฏิรูปการศึกษาทั้ง 4 เรื่อง คือ 1. พัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่ 2. พัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่ 3.พัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ และ 4.พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่ ให้เป็นรูปธรรม ส่งผลให้ประเทศมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพได้
ทั้งนี้ นโยบายของรัฐบาลที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่ กำหนดแนวทางการปฏิรูปเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนที่มีคุณภาพ มีสมรรถนะ และความรู้ความสามารถ โดยมาตรการหลักสู่ความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน คือ การพัฒนากรอบมาตรฐานคุณวุฒิแห่งชาติ ซึ่ง สกอ. ได้ดำเนินการในระดับอุดมศึกษา เรียกว่า กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ หรือ ทีคิวเอฟ เพื่อรวมพลังผู้ที่มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาทุกฝ่าย
"ผู้บริหาร คณาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ องค์กรวิชาชีพ ผู้ใช้บัณฑิต นักศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมกันกำหนดคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์ตามบริบทของสังคม ให้สถาบันอุดมศึกษานำไปเป็นเป้าหมายที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยที่สถาบันอุดมศึกษายังมีอิสระในทางวิชาการและสามารถเพิ่มเติมเอกลักษณ์หรือจุดเด่นของสถาบันที่แตกต่างไปจากสถาบันอื่นๆ ตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ และภาระหน้าที่ของแต่ละสถาบันได้"รศ.นพ.กำจร กล่าว
รองเลขาธิการ กกอ. กล่าวต่อว่า หลักสูตรแนวใหม่ของสถาบันอุดมศึกษาต้องมุ่งเน้นมาตรฐานผลการเรียนรู้ของบัณฑิตเป็นสำคัญ และต้องมีกลไกในการบริหารจัดการปัจจัยนำเข้าอื่นๆ และกระบวนการจัดการศึกษา รวมถึงปรับปรุงบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมต่างๆ เอื้อให้บัณฑิตพัฒนาตนเองให้มีคุณลักษณะและมาตรฐานผลการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ได้ โดยที่ สกอ. จะเป็นหน่วยงานที่สนับสนุน ประสาน และส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาดำเนินการได้ตามจุดมุ่งหมายของทีคิวเอฟ อย่างมีประสิทธิภาพ
"อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ สกอ. ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงศึกษาธิการและแรงงานสัมพันธ์ของประเทศออสเตรเลียช่วยจัดหาวิทยากรของออสเตรเลียเพื่อมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์เกี่ยวกับการเขียนและการประเมินมาตรฐานผลการเรียนรู้กับคณาจารย์ของไทย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาหลักสูตรและจัดการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนบรรลุมาตรฐานผลการเรียนรู้ ที่กำหนดไว้ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้ ทีคิวเอฟ เป็นกลไกที่จะก่อให้เกิดกิจกรรมต่างๆ ในการปฏิรูปการเรียนการสอน ผลักดันให้ประเทศชาติมีขีดความสามารถในการแข่งขันทัดเทียมกับนานาชาติได้"รศ.นพ.กำจร กล่าวในที่สุด



