
โสมสุดาชี้ไทยถอนตัวมรดกโลกยังไม่มีผล
"โสมสุดากรรมการมรดกโลกเปิดใจครั้งแรก ชี้ลาออกยังไม่มีผล ต้องรอแนวทางรัฐบาลใหม่
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะคณะกรรมการมรดกโลก เปิดเผยว่า จากการที่ประเทศไทยได้ลาออกภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติหรืออนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 35 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสนั้น
การที่ประเทศไทยได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกของอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ตัวกรรมการมรดกโลกก็ต้องออกมาจากการเป็นคณะกรรมการมรดกโลก 21 ประเทศพร้อมกับประเทศของตนเองด้วย ในทางทฤษฎีตามมาตรา 35 ในอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ถือว่ายังไม่มีผลอะไร เนื่องจากทางรัฐบาลไทยโดยนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้องเป็นผู้ลงนามในหนังสือแจ้งการลาออกไปยังผู้อำนวยการใหญ่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติหรือ ยูเนสโก อย่างทางการอีกครั้งหนึ่ง ยืนยันว่าจะลาออกจริง และเมื่อยูเนสโกรับหนังสือแล้ว วันที่ประทับตราหนังสือนับไปอีก 1 ปี จึงจะมีผลว่า ประเทศนั้นลาออก เพราะฉะนั้นพูดจริงๆในทางปฏิบัติจากบัดนี้ไปจนถึง 12 เดือน ตัวกรรมการก็ยังคงต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่
“รัฐบาลที่แล้วได้ประกาศลาออกจากการเป็นอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก เราในฐานะผู้ปฏิบัติงานก็คงต้องทำตามนโยบายของรัฐบาลก่อน ทั้งนี้หากรัฐบาลใหม่เข้ามาต้องรอดูนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีด้วยว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยจะให้ทำหนังสือยืนยันแจ้งการลาออกจากอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกหรือทำหนังสือแจ้งไปว่า จะไม่ลาออกแล้ว ยืนยันว่าจะอยู่ในอนุสัญญาเช่นเดิม ทุกอย่างก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลใหม่”นางโสมสุดา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับขั้นตอนการลาออกจากการเป็นภาคีอนุสัญญาฯมรดกโลก ในมาตราที่ 35 ระบุไว้ว่า 1.รัฐภาคแห่งอนุสัญญามีสิทธิในการบอกเลิกการเป็นสมาชิกในอนุสัญญา 2.การบอกเลิกต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรยื่นต่อผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก 3.การบอกเลิกจะมีผลเมื่อครบระยะเวลา 12 เดือน นับจากวันที่หนังสือแจ้งตอบรับการบอกเลิกของรัฐภาคี
ทั้งนี้จะไม่มีผลต่อพันธะผูกพันทางการเงินของรัฐภาคีที่บอกเลิกจนกว่าจะถึงวันที่หนังสือบอกเลิกมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตามหากประชาชนต้องการที่จะศึกษาข้อมูลมรดกโลกฉบับภาษาไทย ทั้งแหล่งมรดกโลก อนุสัญญาต่างๆ การลงนามความรวมมือ(MOU) สามารถเข้าไปศึกษาได้ที่ เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลมรดกโลกของกระทรวงวัฒนธรรม www.thaiwhic.go.th <http://www.thaiwhic.go.th/> ที่ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านมรดกโลก



