
กางร่มให้ผิวไม่เป็นสิวในหน้าฝน
ใบหน้านวลเนียนสดใส...ย่อมเป็นยอดปรารถนาของทุกคน แต่คงไม่มีใครไม่เคยมีปัญหากับผิวพรรณ โดยเฉพาะ สิว นั้น นับเป็นอุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนความมั่นใจจนอาจต้องนั่งกุมขมับยอมจำนนกับสิวบนใบหน้า เพราะทำทุกอย่างเพื่อกำจัดสิวแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่วายกลับมาเป็นอยู่ดี ล
คุณหมอปิยะวดี เผยว่า สิวมักเกิดในช่วงหน้าร้อนและหน้าฝนมากกว่าหน้าหนาว เพราะนอกจากฮอร์โมน พันธุกรรม ความเครียด การใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนประกอบของน้ำมัน ตลอดจนการรับประทานยาบางชนิด จะเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดสิวได้นั้น ภูมิอากาศและแสงแดดยังเป็นตัวกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เกิดสิว โดยแสงแดดมีรังสียูวีที่สามารถทำให้ต่อมขนเกิดการอักเสบ และกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามาก จึงเกิดการอุดตันและเกิดสิว ขณะที่สภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะช่วงนี้ยิ่งเป็นหน้าฝนแล้วด้วย ความชื้นในอากาศที่สูง จะส่งผลทำให้เกิดสิวได้ง่ายมากเพราะเชื้อแบคทีเรีย P.acnes จะเจริญเติบโตได้ดี เมื่อมีเหงื่อ เชื้อโรค หรือฝุ่นละอองสะสมหมักหมมเพิ่มไปอีก ก็จะทำให้เกิดสิวในที่สุด
"แม้ว่าหน้าฝนนี้จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นสิวมากกว่าปกติ แต่ป้งอกันได้ โดยเริ่มจากการทำความสะอาดผิวหน้าเป็นประจำวันละ 2 ครั้ง พร้อมหลีกเลี่ยงการขัดหรือถูหน้า เพราะจะทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง ที่สำคัญคือห้ามกดหรือแกะสิวเด็ดขาด เพราะทำให้สิวแย่ลง เกิดรอยแดง รอยดำ รวมถึงแผลเป็นจากสิวได้ จากนั้นใช้โทนเนอร์ปราศจากแอลกอฮอล์จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าจะทำให้กระชับรูขุมขน มาถึงขั้นตอนของการใช้มอยซ์เจอไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยคืนความชุ่มชื่นแก่ผิวหนังอีกทางหนึ่ง ท้ายสุดที่ขาดไม่ได้คือ ครีมกันแดด เพื่อช่วยปกป้องใบหน้าจากการถูกทำร้ายจากรังสี UVA และ UVB อันเป็นสาเหตุหนึ่งในการเกิดสิว" พญ.ปิยะวดี ไขปัญหาสิวแบบง่ายๆ
ทั้งนี้บางคนอาจจะสงสัยถึงอันตรายของสิวหากไม่ได้รับการรักษา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและสุขภาพความงาม กล่าวว่า สิว โดยเฉพาะสิวอักเสบ ถ้าไม่ได้รับการรักษา อาจก่อให้เกิดรอยแผลเป็น หรือหลุมสิวตามมาได้ จะทำให้ยากต่อการรักษา การรักษาแต่เนิ่นๆ ในขณะที่ยังเป็นไม่มากย่อมง่ายกว่าการปล่อยให้เป็นมาก หรือเป็นนานแล้วมารักษา เพราะยิ่งมีสิวที่มีการอักเสบมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสะเก็ดรอยแผลเป็นตามมามากเท่านั้น



