ไลฟ์สไตล์

เข้มตีกรอบนำเข้าเมล็ดกาแฟ

เข้มตีกรอบนำเข้าเมล็ดกาแฟ

08 ก.ค. 2554

เกษตรฯ ตีกรอบการนำเข้าเมล็ดกาแฟเพื่อใช้ในประเทศและเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกปี 2554

          นายเฉลิมพร พิรุณสาร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพืชสวนว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบการนำเข้าเมล็ดกาแฟเพื่อใช้ในประเทศปี 2554 จำนวน 35,900 ตัน โดยมีเงื่อนไขให้องค์การคลังสินค้าหรือผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจแปรรูปกาแฟ และเป็นนิติบุคคลเป็นผู้นำเข้า ภายใต้เงื่อนไขและการกำกับดูแลของคณะอนุกรรมการพืชสวนดังนี้ ให้นำเข้าเมล็ดกาแฟเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเท่านั้น โดยห้ามจำหน่าย หรือแจกจ่ายเป็นวัตถุดิบในประเทศและให้นำเข้าตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-เดือนสิงหาคม 2554
 
          อีกทั้งกำหนดให้ผู้มีสิทธินำเข้าเมล็ดกาแฟรับซื้อผลผลิตกาแฟในประเทศในฤดูกาลถัดไปเป็นปริมาณสองเท่าจากปริมาณที่นำเข้าจริง โดยจะต้องรับซื้อตามราคาตลาดโลก หรือหากราคาตลาดโลกตกต่ำ ให้รับซื้อในราคาต้นทุนการผลิตบวก 20% หรืออย่างน้อย 55 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับคุณสมบัติของผู้นำเข้าจะต้องมีประวัติการรับซื้อภายในประเทศย้อนหลังอย่างน้อย 1-2 ปี มีใบอนุญาตโรงงานผลิตอาหาร รวมทั้งต้องรายงานการนำเข้า การใช้ และสต็อกคงเหลือภายใน 1 เดือน และมีบทลงโทษหากไม่ดำเนินการ
 
          ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวเสริมถึงการนำเข้าเมล็ดกาแฟเพื่อผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออก ปี 2554 จำนวน 1,000 ตันว่า องค์การคลังสินค้า ผู้ประกอบการที่แปรรูปกาแฟ และนิติบุคคลผู้นำเข้า ต้องปฏิบัติในเงื่อนไขหรือหลักการเดียวกับการนำเข้าเมล็ดกาแฟเพื่อใช้ในประเทศปี 2554
 
          "องค์การคลังสินค้า หรือผู้ประกอบการที่แปรรูปกาแฟ และนิติบุคคลผู้นำเข้าต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข คือให้นำเข้าเมล็ดกาแฟเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเท่านั้น ห้ามจำหน่าย แจกจ่ายเป็นวัตถุดิบ ให้นำเข้าตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม และส่งออกภายในเดือนพฤศจิกายน 2554 ขณะที่คุณสมบัติของผู้นำเข้าต้องมีประวัติการรับซื้อในประเทศย้อนหลัง 1-2 ปี มีใบอนุญาตโรงงานผลิตอาหาร รวมทั้งต้องรายงานการนำเข้า การใช้ และสต็อกคงเหลือภายใน 1 เดือน” นายเฉลิมพรกล่าว