ไลฟ์สไตล์

เครื่องประดับ"กะลามะพร้าว" 
งานทำมือแม่บ้าน"เขาสว่างวงษ์"

เครื่องประดับ"กะลามะพร้าว" งานทำมือแม่บ้าน"เขาสว่างวงษ์"

08 ก.ค. 2554

ด้วยความชอบในการถักทอเครื่องประดับ บวกความต้องการหารายได้เสริมให้แก่แม่บ้านที่ว่างเว้นจากการงานในอาชีพหลัก ละมัย ตางาม ในวัย 52 ปีปัจจุบัน เธอจึงได้รวบรวมแม่บ้านที่มีเจตนารมณ์เดียวกันจัดตั้งเป็น กลุ่มทำผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว ณ บ้านเขาสว่างวงษ์ ต.สนามแจ

          นางละมัยเล่าให้ฟังว่ากลุ่มเกิดขึ้นปี 2546 โดยมีสมาชิกซึ่งส่วนใหญ่เป็นแม่บ้าน จำนวน 22 คน ผลิตสินค้าซึ่งเน้นเครื่องประดับจากกะลามะพร้าวออกจำหน่าย ต่อเมื่อปี 2548 ผลิตภัณฑ์กลุ่มได้รับรางวัลโอท็อป 4 ดาวของจังหวัด หรือหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ผลพวงต่อจากนั้น จึงทำให้กลุ่มต้องเดินสายออกไปเปิดบูธโชว์ผลงานตามที่ทางราชการกำหนด โดยเฉพาะการไปเปิดบูธขายที่เมืองทองธานีในปีดังกล่าว ผลิตภัณฑ์กลุ่มทำรายได้นับแสนบาท ซึ่งปัจจุบันรายได้ลดลงมาก เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ แต่ก็ยังอยู่ในระดับหลักหลายหมื่นบาทต่อการออกบูธแต่ละครั้ง
 
          "ผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าวของกลุ่ม นอกเหนือจากเครื่องประดับ อาทิ สายสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ต่างหู เข็มขัด ในหลากหลายลวดลายแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นของใช้ อาทิ ที่เสียบปากกา กล่องใส่กระดาษทิชชู โคมไฟ กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าหิ้ว และพวงกุญแจ ซึ่งผลงานทุกชิ้น เราประณีตพิถีพิถันมาก ที่สำคัญราคาไม่แพงเกินคุณภาพ โดยสนนราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 10-300 บาท/ชิ้น" ประธานกลุ่มแจง และด้วยความสวยงาม หลากสไตล์ ราคายุติธรรม นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เธอยอมรับว่าแม้ช่วงนี้รายได้จะตกลงไปบ้าง แต่ในการออกบูธตามงานต่างๆ ปัจจุบันก็ยังมีรายได้อยู่ที่ 4-5 หมื่นบาท
 
          ขณะที่บรรดาสมาชิกที่เป็นผู้ผลิตชิ้นงาน นางละมัยบอกว่าก็จะมีรายได้ตกวันละ 150-200 บาท แล้วแต่ว่าจะผลิตชิ้นงานได้มากหรือได้น้อย และมีความถนัดในการทำผลิตภัณฑ์ชนิดไหน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลงานสำคัญ อย่างยิ่งมหกรรมงานแสดงสินค้าโอท็อปประจำปี ออเดอร์จะล้นมือ ดังนั้น สมาชิกกลุ่มจึงต้องเร่งมือผลิตกันทั้งกลางวันกลางคืน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กลุ่มได้ส่งไปขายยังประเทศสวีเดน และสหรัฐอเมริกา โดยผ่านพ่อค้าคนกลางที่จะมาสั่งผลิตและนำไปติดแบรนด์ของตัวเอง
 
          "กะลาซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่นำมาผลิตเป็นเครื่องใช้ เครื่องประดับนั้น ต้องเป็นกะลาน้ำเค็ม เป็นกะลาที่แก่เต็มที่ และต้องเป็นกะลาตัวผู้ซึ่งมีตา 3 ตา กลุ่มจะซื้อมาจากภาคใต้ในราคากระสอบละ 150 บาท โดยจะครั้งละคันรถปิกอัพ"
 
          ทว่า ผลิตภัณฑ์งานฝีมือที่สวยงามก้าวมาถึงสินค้าที่การันตีโอท็อป 4 ดาวของจังหวัดได้ นางละมัยบอกว่า เพราะได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สนามแจง และต.สนามแจง ที่ได้ประสานกับจังหวัดในด้านการพัฒนาฝีมือของสมาชิก อีกทั้งการหาตลาดรองรับ
 
          "การไปออกงานแต่ละครั้งต้องใช้ทุนมาก อยากให้ อบต. หรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาสนับสนุนเงินทุนเพื่อผลิตสินค้าออกไปจำหน่าย เพราะผลงานของกลุ่มได้สร้างชื่อเสียงให้กับตำบล อำเภอ จังหวัด มานานเกือบ 10 ปี ก็อยากให้เข้ามาดูแลเราด้วย" ประธานกลุ่มฝากถึงผู้เกี่ยวข้อง
 
          ด้าน นายนรินทร์ เพ็ชรเจริญ กำนันตำบลสนามแจง กล่าวว่า ตำบลได้ช่วยกันผลักดันกลุ่มผลิตภัณฑ์จากกะลามะพร้าว อย่างยิ่งการหาตลาดด้วยการนำไปออกงาน ส่วนเรื่องเงินทุนตำบลได้ประสาน อบต.ขอการสนับสนุน และได้ประสาน อ.บ้านหมี่ สนับสนุนเรื่องการส่งออกผลิตภัณฑ์อีกทาง โดยปัจจุบันกลุ่มใช้บ้านพักอาศัยของนางละมัย บ้านเลขที่ 211 หมู่ 4 ต.สนามแจง เป็นศูนย์กลางกลุ่ม
         
"สรศักดิ์ ทับทิมพราย"