
หุ้นใหญ่ดีแทคอัดสอบไม่โปร่งใส
เทเลนอร์ฯผู้ถือหุ้นใหญ่ดีแทคซัดกลับ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าสอบสวนไม่โปร่งใสและเลือกปฏิบัติ ชี้การให้ข้อมูลที่ยังไม่มีข้อสรุปสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงบริษัท ยันดำเนินการตามกฎหมายไทย ด้าน "อลงกรณ์" ยันหากผิดไม่มีผลกระทบต่อลูกค้า
เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา บริษัท เทเลนอร์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ได้ยื่นจดหมายต่อกระทรวงพาณิชย์ถึงกรณีการตรวจสอบดีแทค ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าเป็นบริษัทต่างด้าวหรือไม่ โดยเรียกร้องให้กระบวนการสอบสวนดำเนินอย่างยุติธรรมและโปร่งใส ซึ่งเทเลนอร์เห็นว่าการตรวจสอบในครั้งนี้ไม่เป็นไปตามกระบวนการสอบสวนที่ยึดถือปฏิบัติทั่วไป โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ อีกทั้งแนวทางการสอบสวนครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปอย่างเป็นธรรมและโปร่งใสอย่างที่เทเลนอร์เชื่อมั่นและคาดหวัง
นายซิคเว่ เบรกเก้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทเลนอร์ เอเชีย กล่าวว่า ผลสรุปของการสอบสวนย่อมมีผลกระทบต่อการลงทุนของต่างชาติในประเทศไทย โดยภาครัฐควรให้ความมั่นใจว่าการดำเนินการจะเป็นไปตามขั้นตอนโดยคำนึงถึงผลประโยชน์โดยรวมต่อเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเทเลนอร์ยินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ หากมีการขอข้อมูลเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการเพื่อใช้ในกระบวนการสอบสวนต่อไป
ด้านนายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค กล่าวว่า ประเด็นการครอบครองธุรกิจโดยต่างชาตินั้นได้ถูกยกขึ้นมากล่าวถึงก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งในช่วงการตรวจสอบคุณสมบัติเพื่อการการประมูลใบอนุญาต 3 จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งผลจากการตรวจสอบอย่างละเอียดในครั้งนั้นได้ยืนยันคุณสมบัติของดีแทคในฐานะบริษัทไทย แต่การตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นของกรมพัฒนาธุรกิจการค้านั้น น่าผิดหวัง และมองเห็นถึงวิธีการที่เลือกปฏิบัติ โดยบริษัทยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของไทยทุกประการ
“ดีแทคขอย้ำว่าการให้ข้อมูลที่ยังไม่มีข้อสรุปหรือยังไม่ครบสมบูรณ์ รวมทั้งคำกล่าวหาบริษัทในรูปแบบต่างๆ นั้น ทำให้เกิดผลกระทบต่อชื่อเสียงของบริษัท เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการตรวจสอบนี้ จะให้ความเคารพต่อกระบวนการ และกฎเกณฑ์ในการตรวจสอบ” นายจอน กล่าว
ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การสั่งให้ตรวจสอบฐานะของดีแทคซ้ำ เพราะต้องการสร้างมาตรฐานด้านการลงทุนให้แก่นักลงทุนต่างชาติในการเข้ามาประกอบธุรกิจในไทย ซึ่งจะมีการแถลงผลสรุปในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ หากมีข้อมูลหลักฐานเพียงพอพบความผิดชัดเจนก็จะร้องทุกข์กล่าวโทษต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้ส่งเรื่องไปยังศาลให้เพิกถอนการประกอบธุรกิจต่อไป
"หากมีการดำเนินคดีกับดีแทค ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อลูกค้าและพันธมิตรธุรกิจของดีแทค เนื่องจากความผิดดังกล่าวเป็นความผิดสำเร็จโทษ ซึ่งบุคคลผู้ที่กระทำความผิดจะต้องรับลงโทษตามกฎหมาย" นายอลงกรณ์กล่าว



