ไลฟ์สไตล์

วช.ผนึกแม่โจ้พัฒนาพันธุ์ปลาบึกสู่เชิงพาณิชย์

วช.ผนึกแม่โจ้พัฒนาพันธุ์ปลาบึกสู่เชิงพาณิชย์

07 ก.ค. 2554

วช.ให้ทุนต่อยอดงานวิจัยแก่คณะผู้วิจัยมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เพื่อพัฒนาการเลี้ยงปลาบึกและกลุ่มปลาหนังเนื้อขาวที่มีประสิทธิภาพ สามารถอนุรักษ์และเพิ่มโอกาสในการส่งออกผลผลิตไปต่างประเทศให้กับเกษตรกรได้

         ศ.นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เผยว่า ในปีงบประมาณ 2550 สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้ทุนวิจัยแก่ รศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เม่งอำพัน และคณะ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในการวิจัยโครงการ “ระบบการพัฒนาเชิงพาณิชย์อย่างยั่งยืนสำหรับการเพาะเลี้ยงปลาบึก” พบว่าคณะผู้วิจัยสามารถผสมเทียมลูกปลาบึกที่เลี้ยงในบ่อดินได้รายแรกของโลกโดยใช้สูตรอาหารผสมสาหร่ายสไปรูลิน่า ซึ่งสามารถลดระยะเวลาในการเจริญพันธุ์ของพ่อแม่ปลาบึก นอกจากนี้ยังสามารถผลิตลูกปลาได้มากขึ้นด้วย
 
         เลขาธิการ วช.เผยอีกว่า ปัจจุบันปลาบึกและปลาหนังเป็นที่นิยมของผู้บริโภคที่รักสุขภาพ เพราะอุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาของสมอง เพราะตลาดมีความต้องการปลาบึกประมาณ 2-5 แสนตัวต่อปี โดยผลิตได้ประมาณ 2,500 ตันต่อปี และจำหน่ายในราคาประมาณ 100-150 บาทต่อกก. ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความต้องการและฤดูการผลิต ซึ่งความต้องการของตลาดปลาหนังเนื้อขาวมีสูงถึง 1 ล้านตันต่อปี โดยเน้นการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศในรูปปลาแล่เนื้อ คิดเป็นมูลค่าในการส่งออกหลายแสนล้านบาท ถึงแม้จะมีการเพาะเลี้ยงปลาทั้ง 2 ชนิดนี้มากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่การผลิตลูกปลาที่มีคุณภาพก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ อีกทั้งการเพาะเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ยังไม่สามารถเลี้ยงในฟาร์มเกษตรกรได้
 
         อย่างไรก็ตามผลงานวิจัยจะนำไปเผยแพร่โดยการสาธิต และจัดการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่เกษตรกร และผู้ที่สนใจได้เรียนรู้การเลี้ยงปลาหนัง ปลาบึก ปลาเผาะ และปลาลูกผสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ได้จริงอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป