
พาณิชย์ชี้ดีแทคส่อเป็นบ.ต่างด้าว
พาณิชย์ชี้ดีแทคส่อมีนอมินีถือหุ้น อ้างรีดข้อมูลไม่ครบกรมฯ มีอำนาจจำกัด ส่งเรื่องให้ สตช.วันที่ 5 กรกฎาคม สอบต่อเชิงลึก ด้านดีแทคยันทำธุรกิจตามกฎหมาย
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบสถานะของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ตามข้อร้องเรียนของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ว่า อาจเข้าข่ายเป็นบริษัทต่างด้าว ว่าข้อเท็จจริงที่ได้จากผลการตรวจสอบยังฟันธงไม่ได้ 100% ว่าดีแทคมีฐานะเป็นบริษัทคนไทยหรือต่างด้าว แต่จากข้อเท็จจริงที่ปรากฏเชื่อได้ว่าอาจเข้าข่ายมีการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว โดยคนไทยบางส่วนมีการสนับสนุน หรือร่วมมือกับต่างด้าวทำการถือหุ้นแทน (นอมินี) ถือเป็นการประกอบธุรกิจโทรคมนาคมที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 รวมทั้งบริษัทลูกของดีแทคยังมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงการเข้ามาชี้แจง จึงเป็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่าจะมีการถือหุ้นแทน
“แม้ว่าเบื้องต้นจะมีมูลเชื่อได้ว่าดีแทคเป็นนอมินี แต่เนื่องจากบุคคลที่คณะทำงานเรียกเข้ามาสอบข้อเท็จจริงมีเพียงทรูและดีแทค แต่อีก 8 บริษัทที่เหลือ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของดีแทคไม่ได้เข้ามาให้ข้อมูล ทำให้ข้อเท็จจริงที่ได้รับยังไม่ครบถ้วน ดังนั้น คณะทำงานจึงมีความเห็นว่าควรส่งเรื่องดังกล่าวให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการสืบสวนต่อในเชิงลึก โดยจะส่งเรื่องไปให้ สตช.ในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้” นายยรรยงกล่าว
นายยรรยงกล่าวต่อว่า ประเด็นที่ สตช.จะต้องดำเนินการตรวจสอบเชิงลึกต่อไปคือ สัญญาการกู้ยืมเงินของบริษัทว่ามีการก็ยืมเงินจากต่างประเทศ หรือกู้ภายในไทย ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทดีแทคกับผู้ถูกกู้ การนำเงินไปใช้ อย่างไรก็ตาม ในการสอบข้อเท็จจริงในครั้งนี้ได้สั่งการให้คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยความระมัดระวัง และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย เพื่อไม่ให้นักธุรกิจต่างชาติรู้สึกว่าประเทศไทยมีการกลั่นแกล้ง หรือกีดกันการลงทุนจากต่างชาติ แต่นักลงทุนก็ต้องยอมรับและเข้าใจกฎหมายของไทยด้วย
รายงานข่าวจากบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) แถลงว่า บริษัทได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งบริษัทขอยืนยันว่าได้ดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของไทยทุกประการ



