ไลฟ์สไตล์

รู้เมื่อสาย

รู้เมื่อสาย

05 ก.ค. 2554

"มะเร็ง" สาเหตุการตายอันดับหนึ่งของคนไทย มะเร็งลำไส้ใหญ่นับเป็นมะเร็งที่มีอัตราผู้เสียชีวิตสูงที่สุดในส่วนของระบบทางเดินอาหาร (ไม่รวมมะเร็งตับ) รองลงมาคือกระเพาะอาหาร และหลอดอาหาร

 มะเร็งสามารถเกิดขึ้นได้ทุกๆ ตำแหน่งในร่างกาย เมื่อมีความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งเรื้อรังในระบบทางเดินอาหาร เช่น การมีแผล หรือมีกรดไหลย้อนเรื้อรังในหลอดอาหารแล้วไม่ได้ทำการรักษา เมื่อการอักเสบทิ้งไว้นานเข้า ก็เกิดเป็นมะเร็งได้ เพราะอาการอักเสบเรื้อรังจะมีผลให้เนื้อเยื่อปกติเปลี่ยนแปลงไปช้าๆ หรือในส่วนอื่นของทางเดินอาหาร
 มะเร็งอาจตั้งต้นจากติ่งเนื้อขนาดเล็ก แล้วขยายขนาดโตขึ้นจนเกิดเป็นมะเร็งขึ้นมา ซึ่งใช้เวลาทำให้เซลล์ผิดปกติไปจนก่อตัวเป็นมะเร็งในท้ายที่สุด จนถึงขณะนี้ อัตราผู้ป่วยและเสียชีวิตจากมะเร็งในระบบทางเดินอาหารในประเทศไทย มีแนวโน้มเป็นไปทางเดียวกับตะวันตกมากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคและดูแลสุขภาพที่เป็นไปในทางเดียวกัน
สาเหตุของมะเร็ง แบ่งเป็น 2 ปัจจัยหลัก
 1. ปัจจัยภายใน เรื่องของพันธุกรรม
 2. ปัจจัยภายนอก สิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมการบริโภค
 ปัจจัยภายใน ถือเป็นสาเหตุสำคัญที่สุดของการเกิดมะเร็ง โดยมีปัจจัยภายนอกเป็นเพียงแค่ตัวเสริม หรือเร่งให้การเกิดมะเร็งเร็วขึ้น หรือมีความเสี่ยงสูงขึ้นเท่านั้นเอง ปัจจุบันจะเห็นว่า วิถีชีวิตคนไทยเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ทั้งความเร่งรีบจากการทำงาน การกินอาหารไขมันสูง การพักผ่อนและออกกำลังกายน้อยลง หรือสิ่งแวดล้อมที่มีมลพิษเพิ่มขึ้น เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งเร้าสำคัญที่ทำให้อัตราการเป็นมะเร็งสูงขึ้น
 มะเร็งในระบบทางเดินอาหาร มีอาการเบื้องต้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เป็น เช่น
 มะเร็งหลอดอาหาร ผู้ป่วยจะมีอาการกลืนอาหารลำบาก สำลักขณะรับประทานอาหาร หรือจุกแน่นเวลากลืน จุกแน่นบริเวณหน้าอก มะเร็งกระเพาะ ผู้ป่วยจะมีอาการเบื้องต้นคล้ายคนเป็นโรคกระเพาะ คือจุกแน่น เสียดหรือปวดท้อง เมื่ออาการเริ่มมากขึ้นจะเกิดเป็นแผล ขับถ่ายเป็นเลือด ซึ่งเป็นลักษณะอาการที่คล้ายคลึงกับ มะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่อาจมีท้องผูกสลับท้องเสียร่วมด้วย จนกระทั่งผ่านไปถึงระยะท้ายๆ อาการของผู้ป่วยมะเร็งก็จะเป็นไปในลักษณะเดียวกันหมด
 มะเร็งทุกชนิด แบ่งระยะอาการของโรคได้ 4 ระยะ คือ ระยะสุดท้ายเป็นระยะที่เซลล์มะเร็งกระจายไปสู่อวัยวะอื่นๆ ส่วนการดำเนินของแต่ละระยะ จะไม่มีกำหนดชัดเจน ทราบแค่ว่า ในระยะตั้งต้นก่อนที่ก้อนเนื้อ หรืออาการอักเสบจะเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็ง จะดำเนินเป็นไปอย่างช้าๆ จนกระทั่งเป็นมะเร็งแล้ว ความเร็วของการดำเนินโรคจะเป็นมากขึ้นในอัตราเร่ง
ขั้นตอนวิธีการรักษา
 หลักสำคัญขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ตรวจพบ คือ ถ้าตรวจพบติ่งเนื้อในทางเดินอาหาร หรือลำไส้ ตั้งแต่ยังไม่กลายเป็นเซลล์มะเร็ง แพทย์สามารถตัดติ่งเนื้อออกได้ทันที โดยที่ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด หรือนอนโรงพยาบาล หรือหากพบในระยะแรกที่ติ่งเนื้อเริ่มเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็งแล้ว แต่ยังอยู่แค่บริเวณผนังของอวัยวะ และก้อนเนื้อมีขนาดไม่ใหญ่นัก แพทย์ก็สามารถตัดออกได้เช่นกัน
 แต่เมื่อมะเร็งดำเนินถึงระยะถัดมา หากก้อนมะเร็งกินลึกทะลุผนังลำไส้พร้อมกับกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองโดยรอบแล้ว กรณีนี้ จำเป็นต้องผ่าตัด ร่วมกับทำเคมีบำบัดควบคู่ไปด้วย และหากมะเร็งกระจายไปยังอวัยวะข้างเคียงอื่นๆ ในระยะถัดมา ก็จำเป็นต้องใช้วิธีฉายแสงร่วมด้วย การจะหายขาดหรือไม่ ขึ้นกับระยะที่ตรวจพบ แต่เมื่อเกินระยะแรกมาแล้ว ต้องติดตามดูคนไข้อีกอย่างน้อย 5 ปี ถ้าไม่พบการกลับมาของเซลล์มะเร็งอีก โอกาสหายขาดก็สูง
การตรวจคัดกรองมะเร็งระบบทางเดินอาหาร
 ขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน คนในครอบครัวมีประวัติการเป็นมะเร็งมาก ก็ควรระวังมากกว่าคนปกติ โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ แนะนำว่า ควรเริ่มตรวจเมื่ออายุ 50 ปี หรืออาจเริ่มตรวจก่อนหน้าได้ในกรณีที่มีญาติสายตรงมีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ คือ เริ่มตรวจก่อนถึงอายุที่ญาติสายตรงเป็นโดยนับถอยหลังลงมา 10 ปี
นพ.วีระกิตต์ อภิรัฐประชาศิลป์
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล