
จุดโฟกัส - สายน้ำตก
ฝนที่ตกลงมาให้ความชุ่มชื้นกับผืนป่า แต่บางครั้งปริมาณน้ำฝนนั้นมากกว่าที่ป่าจะดูดซับไว้ได้ทั้งหมด น้ำฝนจึงกลายเป็นสายน้ำเส้นเล็กๆ
ไหลลงสู่ที่ต่ำผ่านขอนไม้และก้อนหิน จากสายน้ำเล็กๆ กลายเป็นลำธารสายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สะสมพลังงานไว้ตลอดการเดินทางจนถึงหน้าผาที่ไม่มีทางเชื่อมใดๆ ก้อนน้ำจำนวนมหาศาลพุ่งลงสู่ด้านล่างด้วยความเร็วของแรงดึงดูดของโลก ก่อนกระแทกกับแอ่งน้ำด้านล่างส่งเสียงคำรามกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ บอกว่าน้ำตกอยู่ใกล้ๆ นี้แล้ว
น้ำตกหลายแห่งในประเทศไทยต้องดับสูญไปเป็นจำนวนมาก จากความต้องการใช้พื้นที่เพื่อทำประโยชน์ ทั้งเพื่อที่อยู่อาศัยและทำกิน และยิ่งหนักขึ้นสำหรับการรองรับการผลิตในเชิงอุตสาหกรรม ต้นไม้น้อยใหญ่ถูกแทนที่ด้วยสิ่งที่ป่าไม่คุ้นเคย ขบวนการกักเก็บน้ำในระดับเล็กๆ หายไปพร้อมภูเขาทั้งลูก ลูกแล้ว เนินเล่า ฝนที่ตกลงมากลายเป็นน้ำป่าที่ไหลอย่างรวดเร็วและรุนแรง ชะล้างทุกอย่างที่ขวางทางสร้างความเสียเป็นวงกว้างและรุนแรง
การบันทึกภาพน้ำตกให้ดูนิ่มนวลฟุ้งจนสัมผัสได้ถึงความเย็นของสายน้ำ ให้ใช้ค่า ISO ต่ำๆ ที่ 80 หรือ 100 เท่าที่กล้องมีให้เลือกปรับตั้ง ประกอบกับเปิดช่องรับแสงให้แคบลงแต่ไม่ควรใช้หน้ากล้องแคบสุด ข้อจำกัดของตัวเลนส์ จะเห็นชัดอยู่บนภาพ เพื่อจะเปิดรับนานๆ ขึ้นในการบันทึกภาพ อย่างมากไม่ควรเกิน 1/8 วินาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสูงชันของชั้นน้ำตกด้วย และคงต้องมีอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานอย่างขาตั้งกล้องที่แข็งแรง เพื่อสะดวกในการตั้งกล้องในมุมมองที่เหมาะสม ช่วยให้สามารถตั้งกล้องอยู่ได้นิ่งๆ เป็นเวลานานๆ สายน้ำไหลแรงและเร็วถูกบันทึกด้วยความช้าจะได้ความอ่อนไหวของสายน้ำ
ระมัดระวังละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายจะมายึดพื้นที่หน้าเลนส์ของเรา ทุกครั้งก่อนบันทึกภาพพยายามเช็ดละอองน้ำเหล่านี้ออกให้หมด ไม่เช่นก็จะได้ภาพที่เบลอขาดความคมชัดแถมไปด้วย วันที่แดดน้อยเป็นวันที่เหมาะสำหรับการถ่ายน้ำตกเพราะแสงที่ตกกระทบไม่ทั่วถึงจะทำให้น้ำตกกระดำกระด่าง หน้าน้ำอย่างนี้ก็ต้องเที่ยวป่าบันทึกลีลาสายน้ำถึงจะสมกับช่วงเวลาเช่นนี้



