
สกูตเตอร์ผสมล้อเข็น = ผู้ช่วยคนพิการ
หนุ่มจีนพิการแขนทั้งสองข้างแสดงความสามารถด้วยการใช้เท้าเล่นเปียโน มาถึงหนุ่มไทยโชว์กีตาร์ด้วยมือที่ใช้ได้เพียงข้างเดียวในรายการทีวีไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ และโสภณ ฉิมจินดา มนุษย์ล้อมหัศจรรย์ที่ก้าวข้ามความกลัว ออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้โลก
ยังมีผู้พิการอีกจำนวนมากที่มีความสามารถมากกว่าคนปกติ แต่จะดียิ่งกว่าหากพวกเขาได้เข้าถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเฉพาะนวัตกรรมสำหรับผู้พิการ
"สกูตเตอร์สำหรับผู้พิการ" ผลงานการพัฒนาและออกแบบโดยทีมนักศึกษาปี 3 จากสาขาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ได้รับรางวัลชนะเลิศจากเวทีประกวดไอเดียอัจฉริยะปี 2553 หรือ โครงการแบรนด์เจน ฉลาดคิดแบบคนรุ่นใหม่ โดยบริษัท เซเรบอส (ประเทศไทย) จำกัด (www.brandsworld.co.th)
การออกแบบและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ มีเป้าหมายเพื่อให้คนพิการสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนคนทั่วไป ไม่รู้สึกเป็นปมด้อย และลดการใช้กำลังแขนในการขับเคลื่อนรถเข็น โดยใช้การบิดคันเร่งเข้ามาแทนที่ในลักษณะเหมือนสกูตเตอร์ไฟฟ้า ทั้งยังสะดวกในการพับเก็บ ขนย้าย เพราะใช้พื้นที่น้อย สามารถเก็บไว้ท้ายรถเก๋งได้ตามปกติ และง่ายต่อการติดตั้ง ประกอบกับราคาที่ถูกต่อการซื้อ
พวกเขานำสกูตเตอร์ไฟฟ้าราคาหมื่นกว่าบาทมาดัดแปลง โดยดึงเอาเฉพาะส่วนหน้าของรถมาออกแบบโครงสร้างใหม่ สำหรับนำไปประกอบเข้ากับรถเข็นคนพิการที่มีอยู่เดิม ทำให้รถเข็นมีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นในการเคลื่อนที่ไปได้ทุกแห่งหน
ที่ผ่านมา แม้รถเข็นคนพิการสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยมอเตอร์ แต่ไม่สามารถสัญจรไปได้ทุกสภาพผิวถนน เนื่องจากล้อด้านหน้าสองล้อมีขนาดเล็ก ไม่เหมาะกับพื้นผิวขรุขระ
ส่วนนวัตกรรมรถเข็นสกูตเตอร์นี้ ผู้พิการสามารถยกล้อขนาดเล็กทั้งสองล้อที่อยู่ด้านหน้าของรถเข็นคนพิการขึ้นเก็บได้ ทั้งยังประกอบชิ้นส่วนได้ด้วยตนเอง ขณะที่การขับเคลื่อนจะไปแบบ 3 ล้อ ซึ่งล้อหน้าจะติดตั้งมอเตอร์สำหรับการขับเคลื่อน สามารถเบรกด้วยมือ และส่งสัญญาณเสียงเตือนผู้สัญจรบนท้องถนนได้ด้วยแตร
นวัตกรรมชิ้นนี้ได้รับการพัฒนามาแล้ว 3 รุ่น มีต้นทุนการพัฒนา 2-3 หมื่นบาทต่อคัน เคลื่อนที่ด้วยพลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ลิเทียม วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 13 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะทางต่อเนื่อง 17 กิโลเมตร และมีน้ำหนักเบา เนื่องจากผลิตด้วยเหล็กชุบโครเมียม จึงขึ้นทางลาดชั้นได้อย่างสบาย
"สกูตเตอร์รถเข็นดังกล่าวจะทำให้ผู้พิการสามารถสัญจรไปยังสถานที่ต่างๆ ได้ด้วยตนเอง โดยไม่รู้สึกเป็นภาระกับคนอื่น รวมถึงสามารถประกอบอาชีพจากความสามารถส่วนตัวได้สะดวกยิ่งขึ้น" วัศพล พงษ์สุวรรณ เพื่อนร่วมทีมวิจัย กล่าว
กานต์ดา บุญเถื่อน



