
เลียบเส้นทางสาย"นครปฐม-นนทบุรี"(จบ) เยี่ยมสวน"ฟักข้าว"ชาวบ้านปลักไม้ลาย
แม้อาชีพหลักของชาวบ้านปลักไม้ลาย ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม จากอดีตจนถึงปัจจุบันคือการปลูกพืชผักล้มลุก อย่างหน่อไม้ฝรั่ง ที่สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำให้แก่ชาวบ้านมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีบริษัทรับซื้อที่แน่นอนและมีการประกันราคาในการรับซื้อ โดยมีห
แต่ในห้วง 2-3 ปีที่บ้านปลักไม้ลายได้กลายเป็นแหล่งปลูก "ฟักข้าว" พืชพื้นบ้านมหัศจรรย์ที่มีคุณประโยชน์อนันต์ หลังมีการวิจัยพบสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในปริมาณที่สูงมากกว่าพืชชนิดอื่น จนกลายเป็นพืชที่ได้รับความสนใจและเป็นที่ต้องการของคนทั่วโลก จึงไม่แปลกผลผลิตฟักข้าวของสมาชิกกลุ่มเกษตรกรบ้านปลักไม้ลาย เกือบทั้งหมดจะส่งออกไปยังตลาดในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ภายใต้กลุ่มผู้ปลูกฟักข้าวไทยพัฒนาและแปรรูปเชิงการค้าครบวงจร ที่มี รัตนพงษ์ จันทะวงษ์ เป็นประธาน
"ท่องโลกเกษตร" อาทิตย์นี้ยังวนเวียนอยู่แถวจังหวัดปริมณฑล โดยจะพาไปตระเวนดูการปลูกฟักข้าวของชาวบ้านปลักไม้ลาย ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ซึ่งเป็นอาชีพเสริมแต่กลับทำรายได้หลักให้แก่ชาวบ้านที่นี่อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะสวนฟักข้าวของ วรพล เจนคจบ ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกฟักข้าวบ้านปลักไม้ลาย ในฐานะผู้ริเริ่มปลูกฟักข้าวบ้านปลักไม้ลายแล้วขยายผลไปสู่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง
วรพลบอกว่า เริ่มปลูกฟักข้าวเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว โดยได้รับการแนะนำจาก รัตนพงษ์ จันทะวงษ์ หรืออาจารย์น้อย จากนั้นจึงทดลองปลูกเริ่มแรกประมาณ 3 ไร่ ซึ่งเดิมทีเป็นแปลงปลูกหน่อไม้ฝรั่งก็ปรับเปลี่ยนมาปลูกฟักข้าวแทน ปรากฏว่าให้ผลผลิตดีมาก เนื่องจากบริเวณนี้เป็นพื้นที่มีน้ำและดินที่อุดมสมบูรณ์ เพราะอยู่ใกล้ชลประทาน จากนั้นก็ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกฟักข้าวทั้งหมดประมาณ 10 ไร่เศษ
"ตอนแรกก็ไม่ค่อยมั่นใจในเรื่องตลาด ไม่รู้จะไปขายที่ไหน เพราะแถวนี้ไม่มีใครปลูกกัน พออาจารย์น้อยยืนยันว่าผลผลิตออกมาเท่าไหร่จะรับซื้อทั้งหมด ก็เลยลองดู เริ่มจาก 3 ไร่ก่อนแล้วก็ขยายไปเรื่อยๆ ขณะนี้มีอยู่ประมาณ 10 กว่าไร่ ในปีแรกๆ จะให้ผลผลิตเฉลี่ย 100 กิโลกรัม/ไร่ จากนั้นก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ทุกวันนี้ผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4-5 ตันต่อไร่"
ส่วนการลงทุนนั้น วรพลบอกว่า ช่วงแรกค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะหมดไปกับอุปกรณ์การปลูก เช่น ติดตั้งสปริงเกลอร์รดน้ำ เสาปูนเพื่อใช้ค้ำยันลำต้นและเส้นลวดที่นำมาขึงเรียงระหว่างเสาปูนเพื่อให้ต้นฟักข้าวเลื้อยไปตามเส้นลวด โดยในพื้นที่ 1 ไร่จะใช้เสาปูนประมาณ 100 ต้น สำหรับค่าใช้จ่ายรวมอุปกรณ์ทุกอย่างเฉลี่ยประมาณ 1 หมื่นบาทต่อไร่ จากนั้นก็จะเป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าปุ๋ย ค่ายา การดูแลรักษา ซึ่งก็ไม่สูงนัก ขณะที่สามารถเก็บผลผลิตได้นานถึง 20-25 ปี
"ฟักข้าวจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ในช่วงเข้าพรรษาของทุกปีและจะออกในช่วงนี้มากที่สุด โดยผลผลิตทั้งหมดจะขายให้แก่กลุ่ม ซึ่งจะรับซื้อในราคาประกัน กิโลกรัมละ 18-20 บาท แต่ละลูกมีน้ำหนักเฉลี่ย 9 ขีดถึงกิโลกว่า ที่สำคัญฟักข้าวจะไม่ค่อยมีปัญหาในเรื่องโรคและแมลงศัตรูพืช เดี๋ยวนี้ชาวบ้านปลักไม้ลายและในละแวกใกล้เคียงเริ่มหันมากปลูกฟักข้าวกันมากแล้ว" ประธานกลุ่มคนเดิมระบุ
ลุงเผือก มั่นคง วัย 74 ปี หนึ่งในสมาชิกกลุ่มผู้ปลูกฟักข้าวบ้านปลักไม้ลาย ต.ทุ่งขวาง ที่นำฟักข้าวมาปลูกแซมในสวนมะม่วงบนเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ โดยการแนะนำของประธานกลุ่ม โดยปลูกมาได้เกือบ 1 ปีแล้วและขณะนี้กำลังเริ่มให้ผลผลิตบ้างแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาไม่ต้องดูแลอะไรมาก เพียงแต่ให้น้ำให้ปุ๋ยตามปกติ แล้วรอการให้ผลผลิตอย่างเดียว
"ตั้งแต่เริ่มปลูกต้นกล้าใช้เวลาประมาณ 6-7 เดือนก็เริ่มให้ผลผลิตแล้ว อายุของมันก็ประมาณ 20-30 ปี ยิ่งอายุมากก็ยิ่งให้ผลผลิตมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ทนโรคและแมลงศัตรูพืชด้วย ของลุงปลูกไว้ 2 ไร่ ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย กลัวอย่างเดียวพวกหนูและกระรอกมากัดกินผลฟักข้าว ทำให้เน่าเสีย ตอนนี้ก็เริ่มมีบ้างแล้ว" ลุงเผือกเผยพร้อมชี้ไปยังผลฟักข้าวสุกที่เห็นร่องรอยหนูแทะ จนเน่าเสียร่วงหล่นใต้โคนต้นจำนวนมาก
"ฟักข้าว" ไม่เพียงเป็นพืชพื้นบ้านไทยที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำให้แก่ชาวบ้านปลักไม้ลายและละแวกใกล้เคียง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ในปัจจุบันนี้
โปรแกรมท่องโลก"เกษตรเพื่อสุขภาพ"
ขอเชิญผู้สนใจร่วมท่องโลก "เกษตรเพื่อสุขภาพ" กับหนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" บนเส้นทางสายนนทบุรี-นครปฐม
06.30 น. - พร้อมกันหน้าร้านเซเว่นฯ ตึกเนชั่น (อุ่นเครื่องด้วยกาแฟร้อนๆ ปาท่องโก๋ โอวัลติน)
07.00 น. - ออกเดินทางสู่ "สวนลุงเครา" ของ สมศักดิ์ จุ้ยนาม ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ชมการผลิตพืชผักปลอดภัย การเลี้ยงไส้เดือนดิน การปลูกมะนาวในบ่อซีเมนต์ ฯลฯ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี
10.30น. - แวะชม "กล้วยไม้" ตระกูลหวายอันสวยงามหลายหลายชนิด พร้อมรับฟังเทคนิควิธีดูแลรักษากล้วยไม้จาก มานะ คูเจริญชัยมานที เกษตรกรนักผสมพันธุ์กล้วยไม้และเจ้าของมานะออร์คิดฟาร์ม อ.สามพราน จ.นครปฐม
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. - มุ่งสู่ จ.นครปฐม ชมและชิมผลิตภัณฑ์จาก "ฟักข้าว (Gac Fruit)" พืชพื้นบ้านที่มีคุณประโยชน์อนันต์และกำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก ณ สวนฟักข้าวของ รัตนพงษ์ จันทะวงษ์ ผู้ปลูกฟักข้าวและแปรรูปเชิงการค้าครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย พร้อมเยี่ยมชมแปลงผลิตฟักข้าวของสมาชิกกลุ่มฟักข้าวไทยพัฒนา
16.00น. - เดินทางกลับกรุงเทพฯ
18.00 น. - ถึงอาคารเนชั่นโดยสวัสดิภาพ
สนใจสอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร.0-2338-3356-7 (รับเพียง 40 ท่าน)
สุรัตน์ อัตตะ



