ไลฟ์สไตล์

เรื่องของเกียร์ออโต้4

เรื่องของเกียร์ออโต้4

03 ก.ค. 2554

ผมเองเรื่องการขับรถไม่ได้ไปร่ำเรียนเขียนอ่านมาจากไหนอาศัยใจกล้าหน้าด้านก็โดดขึ้นรถโยกคันเกียร์เหยียบคลัตช์กดคันเร่งกดเบรกโดยไม่ติดเครื่องอยู่นานสองนาน และโดยเฉพาะกับเกียร์ออโต้กับรถบ้านเช่นกันเอาความผิดเป็นครู

         จำได้ฝังใจเลยว่าเมื่อครั้งกระโน้นเป็นช่างซ่อมรถให้กับรถฝรั่งที่ส่วนมากก็เป็นเกียร์ธรรมดา มาเจอเอาโฟล์คซีร็อคโคในครั้งกระนั้นมีปัญหาเรื่องเครื่องยนต์ก็ต้องขับทดสอบ ไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะเป็นเกียร์โอโต้ที่ได้ขับครั้งแรกในชีวิต กว่าจะเอารถออกจากซองที่จอดออกถนนใหญ่ได้ก็เหงื่อไหลไคลย้อย เบรกทีไรต้องกระทืบลงไปพร้อมกันสองเท้า เป็นอย่างนั้นสักกิโลสองกิโลได้มัhงจึงค่อยปรับตัวเข้ากับระบบ  เมื่อปรับตัวได้แล้วก็เริ่มติดใจจนแน่ใจว่าเท้าข้างซ้ายไม่ต้องมาช่วยเบรกกันอีกต่อไปแล้วก็เริ่มสนุกกับเท้าขวาอย่างเดียว เล่นกับคันเร่งเล่นกับเบรกนานพอสมควรจึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับเกียร์ บอกตนเองว่าขับง่ายและสนุกดี

 

          ที่เล่ามาก็อยากบอกเพียงว่าเกียร์ออโต้ขับง่ายขับสนุกและจะขับเอาดุเด็ดเผ็ดมันแบบเกียร์ธรรมดาก็ได้ เมื่อขับอยู่ในเมืองผมจะใช้แต่เกียร์Dแล้วก็ปล่อยให้เท้าขวาควบคุมการเปลี่ยนเกียร์โดยอัตโนมัติจากแป้นคันเร่ง แม้ว่าจะเข้าถนนโล่งบนทางด่วนบนทางหลวงนานครั้งที่ผมจะเล่นกับคันเกียร์แบบขับแมนวล เพราะจากประสบการณ์ เมื่ออยู่ในตำแหน่งDหรือตำแหน่งเกียร์สูงสุดถ้าผมต้องการเร่งแซงผมจะกดคันเร่งลงไปหนึ่งในสอง เกียร์สี่ก็จะเรียกกำลังโดยเปลี่ยนมาที่เกียร์สาม ผมจะคาคันเร่งไว้ระดับนั้นเพื่อลากเกียร์สาม (โดยที่ไม่ลากรอบเครื่องยนต์ให้เปลืองน้ำมันมากนัก)
 

 

         จนเมื่อแน่ใจว่าผมแซงพ้น แล้วผมจึงเผยอเท้าเพื่อผ่อนคันเร่ง  เกียร์สามก็จะเปลี่ยนเป็นสี่ทันทีโดยลดการกระชากและความเร็วของรถจะพรุ่งพรวดขึ้นตามโดยไม่ต้องเค้นรอบเครื่องให้เปลืองน้ำมัน จากนั้นผมจะค่อยๆกดคันเร่งเพื่อเพิ่มความเร็วแบบนิ่มนวลไม่กระโชกโฮกฮาก การแซงกันแบบนี้ช่างหรือคนรุ่นผมพูดกันว่าไปกันแบบฉีกกระดาษ
 

 

         แต่เมื่อใดที่ขับลากยาวทางคดเคี้ยวขึ้นเขาลงเนินผมจะเล่นกับคันเกียร์เอาเป็นว่าปล่อยอารมณ์กันแบบขับเกียร์ธรรมดาลากจนสุดแล้วตบขึ้นเกียร์สูงตามตำแหน่ง ขับแบบนี้ฝรั่งที่นั่งรถไปกับผมบอกว่าเป็นการขับแบบก้าวร้าว คนนั่งจะหัวสั่นหัวคลอน แต่ใช้ได้ไม่ทำให้มีอะไรเสียหาย

 

          ถ้านึกสนุกเมื่อไร(อยากได้ยินการแผดเสียงของท่อไอเสีย และเสียงครางของเครื่องผมก็จะทำแต่ไม่เกินเรดไลน์ของรอบเครื่อง) แต่ถ้าเป็นทางคดเคี้ยวขึ้นเขาลงเขาถ้าเป็นรถที่มีปุ่มโอดีให้เล่นผมก็จะเล่นที่โอดีออฟ เพราะต้องการล็อกเกียร์ให้อยู่แค่เกียร์สามแต่ก็ไม่ผิดกติกาอันใดเมื่อเป็นทางลงเขาที่ทอดยาวแม้ในรุ่นที่มีปุ่มโอดีถ้าจะล็อกคันเกียร์ไว้ที่เกียร์เพื่องป้องกันที่จะพลาดไปเลื่อนคันเกียร์ไปที่สี่(D)โดยไม่ตั้งใจ
 

 

         ทั้งหมดก็ยังขับเอามันได้ ถ้าไม่มีผมจะคาคันเกียร์ที่ตำแหน่งเลขสาม แล้วก็เล่นกับคันเร่งจะไปกันแบบก้าวร้าวหรือฉีกกระดาษทิ้งก็แล้วแต่สถานการณ์  มาในยุคนี้เกียร์แบบดั้งเดิมมีลูกเล่นให้สนุกกับเครื่องหมายบวกลบ(เมื่อต้องการขับแบบเกียร์ธรรมดา) เมื่อเข้ามาใหม่ๆ ผมก็สับสนพอสมควร(เป็นคนที่ไม่ชอบมองหน้าปัดหาตำแหน่งเกียร์) เพราะมักจะหลงทางว่าขึ้นเป็นบวกหรือเป็นลบ หรือบางคันผลักเป็นซ้ายเป็นขวา ก็ต้องถนอมฝ่าเท้าขวากันนานพอสมควรจึงปรับตัวให้เข้ากับเครื่องหมายบวกลบ เมื่อปรับตัวคุ้นเคยดีแล้วก็สนุกไปอีกแบบแม้แต่ในรถที่มีแป้นกดที่ใต้คอพวงมาลัย

 

          เกียร์บวกลบเมื่อมาใหม่ๆ ช่างจะเรียกกันว่าเกียร์ไฟฟ้า ที่จริงก็ไม่มีอะไรแตกต่างพิสดารไปจากรุ่นเดิมๆ เมื่อเทคโนโลยีของไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์เจริญก้าวหน้ามากขึ้น ผู้ผลิตเกียร์ก็ลดจำนวนลิ้น(วาล์ว)ที่ใช้ปิด-เปิดทางเดินน้ำมันจากกลไก(ลูกสูบเลื่อนเข้าออก)มาเป็นโซลินอยด์ปิดเปิดด้วยกำลังไฟฟ้าแทนวาล์วแบบกลไก ก็เท่านั้นแหละสิ่งที่ผู้ผลิตได้รับคือลดน้ำหนักของตัวเกียร์ไปได้บ้าง(น้ำหนักลดก็กินน้ำมันน้อยลง) เกียร์ไฟฟ้า หรือเกียร์บวกลบหรือเกียร์ปีกผีเสื้อใช้งานง่ายสนุกแต่ก็ต้องทำความคุ้นเคยจนรู้ได้ว่าทำได้อย่างที่ใจต้องการ

 

          อย่างไรก็ตามเกียร์ออโต้คือระบบขับเคลื่อนด้วยแรงดันน้ำมันที่ได้จากรอบเครื่องยนต์ในขณะที่ขับขี่อยู่นั้นจะใช้เกียร์อะไรอย่างใดเมื่อไรก็ได้เช่นหยุดที่P, N หรือD ตำแหน่งใดก็ได้ไม่มีผลเสียตราบใดที่รอบเครื่องยังเดินเป็นปกติ
 

 

         ครับต้องขออนุญาตไปกาบัตรเลือกตั้งก่อน คราวหน้าก็จะมาว่ากันเรื่องรัฐบาลใหม่ อุ้ย..ขอโทษครับนิ้วพาไป..คราวหน้าจะว่ากันถึงเรื่องการดูแลบำรุงรักษารวมทั้งการวินิจฉัยเบื้องต้น เมื่อจบแล้วก็จะต่อด้วยเกียร์ลูกข่างและเกียร์ธรรมดาที่ไม่ธรรมดา