
บ้านเมืองจะเหลืออะไร?
ปัญหาหนึ่ง ที่ได้ยินได้ฟังข่าวกันมาทุกยุคทุกสมัย คือ การฉ้อราษฎร์บังหลวง หรือ ปัญหาการคอรัปชั่น ที่ผู้หลงผิด หลงติดอยู่ในลาภ ยศ สักการะ สรรเสริญ และหลงติดอยู่ในสามิสสุข พากันตะเกียกตะกายแสวงหาอำนาจ และใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม เพื่อกอบโกยผลประโยชน์มาสู่ตน
ดังเช่นมีข่าวการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกต่างๆ มีการใช้กลโกงการเลือกตั้งมากมายหลายวิธี ดังปรากฏตัวอย่างหัวข้อข่าวหนังสือพิมพ์อยู่เป็นประจำที่ “หาเสียงเลือก อบต. แจกสะบัด เหล้าเถื่อน-ยาบ้า” นี่เป็นเรื่องของคนอยากมีอำนาจ
เมื่อประชาชนคนเลือกตั้งเมาเสียแล้ว ก็เลือกได้แต่คนเมาๆ ให้เข้ามาทำหน้าที่แทนตน อย่างนี้บ้านเมืองจะเหลืออะไร
ผู้ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาโดยวิธีทุจริตอย่างนี้ พอได้รับเลือกตั้งเข้ามามีอำนาจก็เมาอำนาจ แล้วก็ใช้อำนาจในทางผิดๆ กอบโกยผลประโยชน์เพื่อถอนทุนต่อไปอีก
แต่แล้วทั้งผู้เลือกตั้งและผู้ได้รับเลือกตั้งนั้นแหละ ต่างก็หาความสุขที่แท้จริง คือ ที่เที่ยงแท้ถาวรจากกรรมอันชั่วช้านั้นไม่ได้ แถมยังจะได้รับผลจากกรรมชั่วนั้น เป็นความเสื่อม หรือเป็นโทษ เป็นความทุกข์เดือดร้อนในชีวิตต่อๆ ไป อีกมากได้
ดังมีตัวอย่างให้รู้เห็นกันอยู่มากแล้ว แต่ก็ไม่เข็ดกันสักที เพราะความเป็นพาลปัญญาโฉดเขลา จึงต้องได้รับโทษเป็นความทุกข์เดือดร้อนในภายหลัง โทษของความเมาอำนาจ หรือหลงอำนาจนั้น เป็นเหมือนดังคำพังเพยโบราณ ที่กล่าวไว้ว่า
"ช้างเอยช้างพลาย ได้กินไผ่ใบดกคึกตกมัน มนุษย์ตัวน้อยหนักหนายังสามารถ อย่าถือดีว่าเป็นช้างทำวางโต ร่างกายกำยำล่ำสัน ทำดุดันมั่นหมายว่ากายโต ทำบ่วงบาศก์คล้องติดเพราะฤทธิ์โง่ จะยืนโซ่ติดปลอกไม่ออกเอย”
โบราณท่านจึงว่า “ทางไปสวรรค์รก-ทางไปนรกเตียน” สำหรับคนพาลปัญญาโฉดเขลา
เพราะฉะนั้น สาธุชนทั้งหลาย ท่านทั้งหลาย จงพิจารณาเห็นบุญกุศลคุณความดี โดยความเป็น “ความดี” ตามที่เป็นจริง อันควรดำเนิน และจงพิจารณาเห็น บาปอกุศลหรือความชั่ว โดยความเป็น “ความชั่ว” ตามที่เป็นจริง อันควรงดเว้น ด้วยปัญญาอันเห็นชอบเถิด
แล้วท่านจะสามารถดำเนินชีวิตไปสู่ความเจริญและสันติสุขแต่ถ่ายเดียว
"พระราชญาณวิสิฐ (หลวงป๋า)"



