ไลฟ์สไตล์

รักแท้คือกรุณา (๑๒)
ความโลภเป็นอันตรายต่อความดีงาม

รักแท้คือกรุณา (๑๒) ความโลภเป็นอันตรายต่อความดีงาม

23 เม.ย. 2552

เมื่อ องคุลีมาล ได้นิ้วมา ๙๙๙ นิ้ว เหลือนิ้วสุดท้าย เป็นนิ้วที่พิสูจน์ความรักของคนอย่างน้อย ๓ คน ๑.ความรักของแม่ เรียกว่าเมตตา ๒.ความรักตัวขององคุลีมาลเอง ที่อยากสำเร็จวิชา เรียกว่ารักตัวกลัวตาย และ ๓.รักแท้คือกรุณา ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 ทั้งองคุลีมาลและแม่ของเขา ทั้งพระพุทธองค์ เป็นผลผลิตของรักใคร่ปรารถนาด้วย เหตุการณ์เดียวแสดงออกถึงความรักทั้ง ๔ มิติ ครบถ้วน 

 กล่าวคือ พระพุทธองค์ทรงเห็นด้วยบารมีญาณว่า มีสาวกที่มีบารมีญาณเต็มเปี่ยม พระพุทธองค์เสด็จดำเนินออกจากวัดแต่เช้าตรู่ เพราะทรงรู้ว่าเป็นกรณีศึกษาที่อันตราย นี่คือความน่ารักของพระพุทธองค์ รู้ทั้งรู้ว่าเป็นอันตรายต่อพระองค์ แต่พระองค์ขอเอาชีวิตของพระองค์ไปเสี่ยงเพียงองค์เดียว 

 ขณะที่พระพุทธองค์เสด็จดำเนินออกจากวัดนั้นเอง หน่วยบัญชาการเฉพาะกิจของ พระเจ้าปเสนทิโกศล ซึ่งชาวบ้านมาร้องเรียนว่า องคุลีมาล เหิมเกริมเหลือเกิน ก็ยกกองกำลังจะไปปราบโจรองคุลีมาล

 แต่พระเจ้าปเสนทิโกศล กลัวองคุลีมาลอยู่แล้วเป็นทุน พูดง่ายๆ ว่ากลัวตาย จึงทำทีเป็นไปเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อขอหยั่งท่าทีดูว่า พระพุทธเจ้าจะทักว่ายังไง

 ถ้าพระพุทธเจ้าทักว่า ไม่ต้องไป จะได้ยกทัพกลับอย่างสบาย ภาพลักษณ์ก็ดี
 ขณะเดียวกัน พ่อแม่ขององคุลีมาล ก็ต่อรองกัน ให้พ่อไปช่วยลูก พ่อบอกว่าไม่ไป แม่บอกว่า พ่อไม่ไปไม่เป็นไร แต่แม่ไม่ไปไม่ได้ 

  นี่คือความรักอันยิ่งใหญ่ของคนเป็นแม่ เพื่อลูกแล้ว แม่ตายก็ได้ แม่องคุลีมาลก็เข้าป่าเหมือนกัน

 เช้าวันนั้น องคุลีมาลตื่นขึ้นมา ออกจากป่าไปซุ่มอยู่ที่ทางสี่แพร่ง นาทีนั้นเป็นนาทีชีวิต พระพุทธองค์เสด็จดำเนินไปตามลำดับ แม่ขององคุลีมาลออกมา องคุลีมาลเห็นแม่เดินออกมา

 แต่ด้วยความโลภบดบังสายตา องคุลีมาลแยกแยะไม่ออกว่าผู้หญิงที่เดินมาคือแม่ของตนเอง เพราะเป้าหมายคือนิ้วมือ คนทั้งคน ไม่เห็นหัวจรดเท้า เห็นแต่นิ้วมือไกวไหวๆ 

 พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า โลโภ ธรรมานัง ปริปันโถ ความโลภเป็นอันตรายต่อความดีงาม 
 นั่นคือ ถ้าโลภแล้ว เขาจะมุ่งไปที่เป้าหมายอย่างเดียว มองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น พอแม่โผล่มา องคุลีมาลวิ่งไล่เลย พระพุทธองค์เสด็จดำเนินมาพอดี แทรกลงตรงกลาง

 องคุลีมาลโกรธมาก ตะโกนด่า พระพุทธองค์ แล้วตะโกนบอกว่าให้หยุด
 พระพุทธองค์ตรัสว่า เรานะหยุดแล้ว เธอสิ ! ยังไม่หยุด   
 เดิมทีองคุลีมาลเป็นบุคคลที่มีปัญญาอยู่แล้ว ได้ยินตรรกะที่ย้อนแย้งกันของพระพุทธเจ้า ก็หยุดคิด

 ปกติสมณะจะพูดคำไหนคำนั้น แต่ทำไมสมณะองค์นี้บอกว่า หยุด ทั้งๆ ที่ยังเดิน น่าจะไม่ใช่พระธรรมดา เห็นทีต้องถามเหตุผล

 สมณะท่านบอกว่า ท่านหยุด แต่ความจริงท่านกำลังเดิน องคุลีมาล เราตถาคต หยุดการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต แม้จะเดินอยู่ แต่การฆ่าของเรานั้นหยุดลงแล้ว เราจึงได้ชื่อว่า หยุด เธอซะอีก หยุดยืนอยู่แท้ๆ แต่ในมือยังถือดาบ ต้องการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ถึงแม้จะหยุด เธอก็ได้ชื่อว่าเดิน  

 พอได้ยินพุทธดำรัสเท่านี้ องคุลีมาลน้ำตาไหล ทิ้งดาบลงพื้น ประนมมือ
 ท่านใช่พระผู้มีพระภาคหรือไม่ เจริญพร เราคือ ตถาคต ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ทำไมมาโปรดลูกช้าเหลือเกิน มาวันนี้เกือบไม่ทันแล้ว พระพุทธองค์ตรัสว่า แต่เราก็มาแล้ว

 อาตมาภาพเป็นพวกอ่านพระไตรปิฎกลึก จึงมีเรื่องดีๆ เยอะ เพราะอ่านจากฉบับภาษาบาลี ทันทีที่พระองคุลีมาลวางดาบ กรรมของเขาซึ่งตามมาติดๆ ถูกหยุดไว้ตรงนั้น เขาไม่เพียงแต่หยุดตัวเองนะ เขาได้หยุดกฎแห่งกรรมที่ตามมาด้วย สนทนากับพระพุทธองค์นิดๆ หน่อยๆ กลายเป็นพระโสดาบันเฉยเลย เพราะของเดิมดีอยู่แล้ว เพียงแต่มีหยากไย่ ใบบัง มาปิดบังโพธิปัญญาเท่านั้นเอง

 แม่รอด องคุลีมาลรอด   
 เมื่อเสร็จกิจจากองคุลีมาล ก็กลับวัด กองทัพของพระเจ้าปเสนทิโกศลก็มา ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า หม่อมฉันจะไปปราบองคุลีมาล

 พระพุทธเจ้าตรัสว่า สมมติว่าองคุลีมาลมาบวชเป็นพระสงฆ์ พระองค์จะว่ายังไง พระเจ้าปเสนทิโกศลบอกว่า โยมจะเป็นองค์อุปัฏฐากเลย

 พระพุทธเจ้าบอกว่า นี่ไง องคุลีมาล วงแตกเลย ว่าไง เขามาบวชแล้ว พระองคุลีมาล บัดนี้วางศัสตราวุธโดยสิ้นเชิง พระองค์จะทรงเป็นองค์อุปัฏฐากมั้ย เป็นพ่ะย่ะค่ะ

 ทรงดีพระทัย ผิวปากกลับวัง
(ยังมีต่อวันพระหน้า)

"ว.วชิรเมธี"