
ตึกแถวร่วมสมัยสไตล์ K-1 ที่ศรีราชา(2)
สวัสดีครับแฟนๆ ชาว คนรักบ้าน ก็เป็นที่ชื่นชมชื่นชอบกันไปทั่วประเทศกับ ตึกแถวไม่บานสายพันธุ์ใหม่ ที่มี ความงามแบบร่วมสมัย ซึ่งผมได้ใช้แนวทางในการออกแบบที่เรียกว่า
“เรเนซองส์-คลาสสิก” มีบรรดาแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” จากหลายจังหวัดทั่วประเทศแจ้งความจำนงมาที่ผมว่าอยากจะนำรูปแบบนี้ไปใช้ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งในเร็วๆ นี้ “ตึกแถวไม่บาน” ในสไตล์ K-1 ที่นอกจากจะเบ่งบานที่ “ศรีราชา” แล้ว อีกไม่ช้าก็จะไปอวดโฉมที่ “มหาสารคาม” และ “พิษณุโลก” กำลังจะตามมาติดๆ ครับ
“ตึกแถวไม่บาน” ในสไตล์ K-1 ที่ผมเรียกว่าเป็นสไตล์ “เรเนซองส์-คลาสสิค” นั้น แรกเริ่มเดิมทีผมได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “ตึกแถว” ที่มีอายุนับร้อยปีบนย่าน “ฌอง เอลิเซ่” ใน “ปารีส” แต่แท้จริงแล้วผมเชื่อว่าน่าจะมี “ราก” มาจากแนวคิดในยุค “เรเนซองส์” หรือยุคของ “การฟื้นฟูศิลปวิทยาการ” ที่เริ่มต้นมาจาก “อิตาลี” เพราะบรรดาประเทศต่างๆ ใน “ยุโรป” ล้วนตกอยู่ภายใต้อิทธิพลจาก “ราก” ทางความคิดของ “กรีก” และ “โรมัน” กันทั้งสิ้น
นอกจากนี้ ผมยังมีความเชื่อเสมอว่าศิลปวัฒนธรรมต่างๆ นั้น มีการเคลื่อนตัวจาก “ราก” ที่ “เข้มข้นกว่า” มาสู่ “ราก” ที่ “เจือจางกว่า” จึงเป็นผลให้ศิลปสถาปัตยกรรมของ “กรีก-โรมัน” ที่ถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรม “เข้มข้น” จะไม่มีวันสูญหายไปจากโลก แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมากว่า 2,000 ปีแล้ว แต่จะเป็นการผสมผสานและมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคำว่า “เรเนซองส์” หากแปลตรงตัวคือการ “เกิดขึ้นใหม่-ฟื้นตัวขึ้นใหม่” ของศิลปวิทยาการใน “ยุโรป” นั่นเองครับ
การผสมผสานของรูปแบบทางศิลปสถาปัตยกรรมเช่นนี้ก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้งในรูปแบบของ “ตึกแถว” เมื่อครั้งที่ “พระพุทธเจ้าหลวง” เสด็จประพาส “ชวา” และ “สิงคโปร์” ได้ทรงนำอาคารประเภท “ตึกแถว” มาเผยแพร่ในราชอาณาจักรและได้เกิดกระบวนการผสมผสานกันในสกุลช่างและเทคนิคการก่อสร้าง ก็เกิดเป็น “ตึกแถว” ในสไตล์ “ตะวันออก” ผสมผสานกับ “ตะวันตก” ที่บรรดา “สถาปนิก” มักเรียกว่าสไตล์ “ชิโน-โปรตุกีส” อันเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของการวิวัฒนาการรูปแบบทางศิลปสถาปัตยกรรมอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าทึ่งมากครับ ก่อให้เกิดเป็น “ความงามร่วมสมัย” อย่างแท้จริง
เมื่อทราบความจริงเช่นนี้การที่จะเข้าใจสถาปัตยกรรมประเภท “ตึกแถว” อย่างแท้จริงก็ต้องกลับไปที่ “ราก” ของศิลปสถาปัตยกรรมใน “ยุโรป” แต่ผมย้ำนะครับว่าจะต้องไม่ “ลอกเลียน” แต่ต้องเอามา “ต่อยอด” ทางความคิด ให้เกิดเป็น “ตึกแถวไม่บาน” ที่มี “ความงามแบบร่วมสมัย” เหมาะสำหรับสภาพ “วิถีชีวิตของคนไทย” เป็นอาคารบ้านเรือนประเภทอเนกประสงค์ที่สามารถตอบโจทย์ได้ทุกมิติ เป็นทั้งที่พักอาศัยและที่ประกอบกิจการทางการค้าไปพร้อมกัน
นี่แหละครับคือ พื้นฐานทางความคิดของการออกแบบ “ตึกแถวไม่บาน” สไตล์ K-1 ที่ “ศรีราชา” อันเกิดจากการผสมผสานทั้งวิถีชีวิต, ตลอดจนเทคนิคกรรมวิธีในการก่อสร้าง ถึงแม้ว่าจะเป็นสไตล์ “เรเนซองส์-คลาสสิก” มี “ราก” ทางความคิดมาจาก “ยุโรป” แต่ในการออกแบบผมกลับไม่ใช้เสาโรมันมาเป็นองค์ประกอบในการตกแต่ง ไม่ว่าจะเป็นเสาไอออนนิก, ดอร์ริก หรือ คอร์รินเธียน เป็นผลให้กลายเป็นสไตล์ “เรเนซองส์ร่วมสมัย” ที่สร้างง่าย ดูแลรักษาง่าย เป็นอาคารประเภท “ประโยชน์สูง-ประหยัดสุด” อย่างแท้จริง อีกทั้งยังสามารถทำกิจการค้าได้เจริญรุ่งเรือง สามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะขนานตัวไปกับแนวถนน “สุขุมวิท” บนเส้นทางระหว่าง “ศรีราชา” กับ “พัทยา” ที่ในแต่ละวันมีคนนับแสนคนเดินทางผ่านพลุกพล่านตลอดทั้งวันทั้งคืน
นอกจากนี้ ยังมีความถูกต้องตามหลัก “เคหศาสตร์” หรือ “ฮวงจุ้ย” เพราะด้านหน้านอกจากจะติดถนน “สุขุมวิท” แล้วยังไม่ไกลจากทะเล พอขึ้นไปชั้นบนก็จะเห็นวิวทิวทัศน์ทะเลได้อย่างชัดเจน ทำให้เป็น “ชัยภูมิ” ที่ดี นอกจากได้รับ “โอโซน” จากทะเลแล้วยังรับลมเย็นสบายทั้งวัน ส่วนด้านหลังติดภูเขาเขียวชอุ่มตลอดทั้งปี และยังมีราคาขายที่เหมาะสมไม่ไกลเกินเอื้อม (แบบว่าถูกที่สุดในย่านนั้น)
อีกทั้งด้านหน้ามีพื้นที่สำหรับทำการค้าและบริเวณจอดรถลูกค้าด้านหน้ามีความลึกถึง 6 เมตร สำหรับตัวอาคารขนาด 4 ชั้นครึ่ง มีขนาดความกว้าง 4 เมตร มีความลึก 12 เมตร ส่วนด้านหลังของอาคารถูกออกแบบให้ติดทางสาธารณะและมีพื้นที่อเนกประสงค์ลึกถึง 5 เมตร ทำให้สามารถจอดรถหลังบ้านได้อย่างปลอดภัยและมีที่สำหรับเก็บสินค้าได้อย่างเหลือเฟือ จึงมีพื้นที่รวมขนาดกว้าง 4 เมตร ลึกถึง 23 เมตร มีความสะดวกสบายของการเข้าถึงเป็นอย่างยิ่ง ทั้งจากด้านหน้าติด ถนน “สุขุมวิท” และจากด้านหลังซึ่งเป็นถนนสาธารณะ
จากประสบการณ์กว่า 25 ปี ที่ได้มีโอกาสคลุกคลีกับการพัฒนา “อสังหาริมทรัพย์” ในรูปแบบ “ตึกแถวไม่บาน” มาหลายรูปแบบนั้น มีหลักสำคัญอยู่ 3 ประการที่ผมนำไปใช้เป็น “กฎเหล็ก” ในการพิจารณาครับ หลักสำคัญที่สุดประการแรก คือ “ทำเลที่ตั้ง” จะต้องสามารถทำการค้าได้ตลอดทั้งวัน และหากทำได้ 24 ชั่วโมงก็ยิ่งดี ประการที่ 2 “ราคาในการซื้อขาย” จะต้องมีราคาที่ไม่สูงจนเกินไป ประการที่ 3 จำเป็นที่จะต้องมี “รูปลักษณ์” อันเป็น “เอกลักษณ์” ที่สวยงามน่าประทับใจ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น เพราะเป็นอาคารประเภทพาณิชยกรรมที่มีผู้คนเข้ามาติดต่อทำกิจการทางการค้า จึงจำเป็นที่จะต้องเป็นอาคารที่น่าสนใจเป็นที่ดึงดูด อีกทั้งยังต้องเป็นอาคารที่มีประโยชน์ใช้สอยที่คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว ซึ่งหลักสำคัญทั้ง 3 ประการนี้ เป็นเงื่อนไขที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผมในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภท “ตึกแถวไม่บาน” ครับ
ส่วนรายละเอียดของ “ตึกแถวไม่บาน” ในสไตล์ “K-1” ที่ “ศรีราชา” ยังมีอีกมากครับ เอาไว้โอกาสหน้าผมจะนำเอาความคืบหน้ามานำเสนอให้รับรู้กันใหม่ครับ สำหรับแฟนๆ ท่านใดที่สนใจก็สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้โดยด่วนที่ คุณเพลินผกา 08-1421-8323 เพราะได้ข่าวแว่วๆ มาว่ามีคนสนใจมากพอสมควรแล้ว หรือหากท่านใดสนใจจะนำแนวคิดของ “ตึกแถวไม่บาน” ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในสถานที่ต่างๆ ก็สามารถติดต่อได้ที่ 0-2644-1478 นอกจากนั้น ยังสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน “เว็บไซต์” ยอดฮิตของชาว “คนรักบ้าน” www.homeloverthai.com แล้วพบกันได้ใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ ก่อนจากกันในสัปดาห์นี้ขอย้ำนะครับว่า อย่า “นอนหลับทับสิทธิ์” ไปใช้สิทธิ์ของท่านใน “การเลือกตั้ง” ครั้งสำคัญที่กำลังจะมาถึง เพื่อเลือกคนที่ทั้ง “ฉลาด” และ “ดี” ไปทำหน้าที่แทนท่านในสภาครับ



