
หลักสูตรโตไปไม่โกงปั้นเด็กไทยไม่คอรัปชั่น
2 ปีแล้วที่ กทม.ร่วมกับองค์กรเพื่อความโปร่งใสในประเทศไทย และศูนย์สาธารณประโยชน์และประชาสังคม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จัดทำโครงการโรงเรียนสีขาวหลักสูตรคบเด็กสร้างชาติ
“โตไปไม่โกง”ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยม และธรรมาภิบาลที่ถูกต้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตคอรัปชั่นสำหรับนักเรียนอนุบาล-ป.3 จำนวน 280 แห่ง ปัจจุบันขยายครบ 436 แห่ง
ทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ถือเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในการสร้างนิสัยปลูกฝังความซื่อตรงให้เกิดขึ้นในเด็กและเยาวชน จากการประเมินในทุกๆ ครั้ง พบว่า 90% ของเด็กที่ผ่านหลักสูตร ไม่ลอกการบ้าน ไม่ลอกข้อสอบ และเมื่อเจอของตกก็นำส่งคืนเจ้าของ เพราะนักเรียนทุกคนจะได้เรียน ซื่อสัตย์ การมีจิตสาธารณะ ความเป็นธรรมทางสังคม กระทำอย่างรับผิดชอบ และเป็นอยู่อย่างพอเพียง ด้วยความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ไม่เบื่อ สอนให้เห็นว่าการคดโกงเป็นไม่ใช่เรื่องปกติ แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นในสังคม ล่าสุดขยายไปยังนักเรียนชั้น ม.6 เป็นวิชาบังคับ 1 อาทิตย์ต้องมี 1 คาบ
การเรียนการสอน เป็นการนำเรื่องราวของเนื้อหาสาระมาบูรณาการ และสอนในรูปของกิจกรรม หยิบยกหนังสือในและนอกเวลามาให้อ่าน เล่นบทบาทสมมติเป็นเรื่องราวขึ้นมา มีบัตรคำ เพื่อให้เป็นวิชาที่เรียนง่าย สนุก เป็นการซึมซับที่ผ่านการเรียนรู้ เล่นอย่างสร้างสรรค์ นอกจากนั้น กทม.จัด “โครงการห้องเรียนพ่อแม่” เพิ่มศักยภาพพ่อแม่ สร้างความรู้ความเข้าใจในการเลี้ยงดูลูก เป็นจุดเริ่มต้นในการปลูกฝังสิ่งดีๆ โดยจะมีการจัดโรดโชว์ นำแพทย์ พยาบาลไปให้คำแนะนำ
“ถ้าไม่อยากให้ปัญหาคอรัปชั่นฉุดประเทศให้ต่ำลง ทุกหน่วยงานจึงต้องเข้ามามีส่วนร่วม และพร้อมที่จะร่วมมือกันช่วยเหลือ หลักสูตรโตไปไม่โกง เป็นกิจกรรมที่ กทม.หวังว่าเมื่อทุกคนมีจิตสำนึก ทั้งภาครัฐ เอกชน เด็กเยาวชน และผู้ใหญ่ จะทำให้เกิดการไม่ยอมรับการโกงกินในบ้านเมือง”
ครูศศิณีย์ ศรีสังข์งาม โรงเรียนวัดปทุมวนาราม ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เล่าว่า ได้นำมาบรรจุให้เป็นวิชาเรียนของเด็กๆ ในอนุบาล-ป.3 โดยชั้นอนุบาลจัดกิจกรรมทุกวันพุธช่วงเช้า ชั้นประถมเป็นวันพุธคาบสุดท้าย ทำคู่มือการสอนชัดเจน พร้อมสื่ออุปกรณ์ การทำกิจกรรมสามารถนำมาใช้ได้ทันที มีความหลากหลาย ทั้งเนื้อหาและกิจกรรม การเรียนไม่เน้นท่องจำ แต่ใช้กิจกรรมมาเป็นตัวนำเนื้อหา สอนผ่านเพลง นิทาน ละคร ศิลปะ และเกมการละเล่น สอดแทรกคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 5 ประการ คือ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ มีความเป็นธรรมในสังคม ความพอเพียงและการมีจิตสาธารณะ เป็นข้อคิดให้แก่เด็กๆ
"การศึกษาไทยอาจมีหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการ แต่เรื่องแรกที่ต้องเร่งคือการพัฒนา เสริมสร้างทักษะชีวิต เพราะการที่เด็กเรียนรู้ทักษะชีวิตจะช่วยให้รู้จักรักษาตนเอง ป้องกันตนเองและเลือกสิ่งดีๆ ให้ตนเอง คือหน้าที่และเป็นที่จำเป็นที่โรงเรียนจำต้องสอนให้แก่นักเรียนเพื่อให้พวกเขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่อย่างมีคุณภาพ" ครูศศิณีย์กล่าว
ด.ญ.ภคนันท์ ยิ้มเครือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 บอกว่าเรียนสนุกมาก เพราะมีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำมากมาย และทุกกิจกรรมล้วนให้ข้อคิดไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น มีความซื่อสัตย์ ไม่พูดโกหก เวลาทำเวรก็ช่วยเพื่อนทำ ไม่เอาเปรียบเพื่อน และมีความพอเพียง ใช้เงินอย่างประหยัด ไม่ซื้อของฟุ่มเฟือย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เกิดจากการสะสมจากกิจกรรม ทำให้เกิดเป็นนิสัย ทำให้รู้ว่าการโกงเป็นเรื่องที่ไม่ดี ไม่ควรทำ
หลักสูตรโตไปไม่โกง อนาคตจะขยายไปสู่ทุกสังกัด โรงเรียนที่สนใจดาวน์โหลดบทเรียน เพลง รวมถึงข้อมูลต่างๆ ได้ทาง www.growinggood.org และติดตามความคืบหน้าทาง www.facebook.com/growinggood และ http://twiiter.com/growinggood
0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0



