ไลฟ์สไตล์

ห่วงนโยบายการศึกษาต้องเริ่มต้นใหม่

ห่วงนโยบายการศึกษาต้องเริ่มต้นใหม่

30 มิ.ย. 2554

สมพงษ์ ชี้จุดเด่นจุดเน้นของพรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่ ประชาธิปัตย์ชูแต่ผลงานที่ผ่านมาไม่เชื่อมโยงการศึกษาในอนาคต ขณะที่ เพื่อไทย ขายการศึกษาสมัยใหม่ หวั่นหากแจกแทปเล็ต เด็กประถมอาจนำใช้ไปในทางที่ไม่เหมาะสม

รศ.ดร.สมพงษ์  จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่านโยบายการศึกษาของ 2 พรรคการเมืองใหญ่ อย่าง พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทยนั้น นโยบาย 2 พรรคใหญ่แตกต่างกันมาก มีจุดเด่นและจุดเน้นคนละด้าน โดยพรรคประชาธิปัตย์ เน้นผลงานการศึกษาที่ทำในอดีต เช่น เรียนฟรี กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา การปฏิรูปการศึกษา ชูเรื่องการศึกษา 15 ปีอย่างมีคุณภาพเป็นจุดขายของพรรค แต่ไม่เชื่อมโยงให้เห็นภาพของอนาคต มองภาพรวมนโยบายที่ดี แต่ราบเรียบ ไม่โดนใจทั้งๆที่มีเนื้อหาสาระ กระบวนการผลักดันนโยบายอ่อน ขาดการทำการตลาด


 ทั้งๆมีผลงานมาก ส่วนพรรคเพื่อไทย เสนอการศึกษาสมัยใหม่ แจกแทปเล็ต พักหนี้ครู และให้ครูเข้าโครงการรถยนต์คันแรก ถือเป็นนโยบายที่ทันสมัยแต่ขาดรายละเอียด และควรระมัดระวัง โดยเฉพาะการแจกแทปเล็ตเด็กประถม และการตั้ง WiFi ในที่สาธารณะ เพราะถึงจะเป็นนโยบายที่น่าสนใจมาก แต่เด็กประถมยังมีวุฒิภาวะไม่พอที่จะใช้แทปเล็ต และอาจใช้ไปในทางที่ไม่เหมาะสม ส่วนจุดอ่อนที่สุดของพรรคคือ บุคลากรที่จะรับผิดชอบงานการศึกษาของพรรคไม่ใช่คนที่เข้าใจงานการศึกษาอย่างแท้จริง ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยเข้ามาจริงก็น่าเป็นห่วงว่าจะรื้อนโยบายการศึกษาที่พรรคประชาธิปัตย์ทำไว้ทั้งหมด แล้วเริ่มต้นใหม่ ซึ่งจะทำให้การศึกษาของชาติติดหล่ม


 อย่างไรก็ตาม อยากเห็นพรรคการเมืองประกาศคำมั่นสัญญาต่อสังคมว่า จะเดินหน้าสานนโยบายการศึกษาของชาติตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ เพราะการศึกษาไม่ใช่ความขัดแย้งทางการเมือง เรื่องใดที่ดีเป็นเรื่องดีต้องสานต่อ เช่น การผลิตครูพันธุ์ใหม่ การเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาตามยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษา การสร้างเสริมคุณภาพ คุณธรรมเด็กไทย รวมทั้งการเดินหน้าจัดตั้ง สสค. เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้