
ฉันคิดถึง"กอร์ดอน ดิลลัน"(1)
เมื่อวันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551 ฉันไปที่บริษัท บางกอกฟลาวเออร์เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทของชาวสวนกล้วยไม้กลุ่มหนึ่งและใช้โครงสร้างในรูปแบบสหกรณ์ โดยที่ตัวฉันเองเป็นผู้แนะนำให้เริ่มต้นแบบนี้มาตั้งแต่เกิด
ฉันได้นัดหมายกับคุณศักดิ์ชัย กาย ไปถ่ายภาพกล้วยไม้กันที่นั่น โดยปกติแล้วทุกวันเสาร์ที่สองของเดือนเวลาบ่ายจะมีผู้สนใจกล้วยไม้จากที่ต่างๆ แม้กระทั่งจากต่างจังหวัดได้นัดหมายมาร่วมชุมนุมกันที่นั่นและนำกล้วยไม้ของแต่ละคนมาแสดงเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กันเป็นประจำ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นจากการริเริ่มของฉันเองตั้งแต่ปลายปี พ.ศ.2509 แล้วจะเล่าให้ฟังทีหลังว่ามันเกิดขึ้นจากเหตุผลกลใด
วันนั้นคุณศักดิ์ชัย กายได้ซื้อแวนด้าใบแบนลูกผสมต้นหนึ่งซึ่งมีลักษณะน่าสนใจ เช่นทรงต้นใหญ่โตแข็งแรงมาก นอกจากนั้นช่อดอกยังมีก้านช่อรวมทั้งกลีบดอกที่แข็งแรง อีกทั้งดอกแต่ละดอกก็ยังมีสีสันออกสีอมสีฟ้า ทรงดอกผึ่งผายและมีกลีบหนามาก ขณะนั้นคุณอิทธิพล พรหมรส ลูกศิษย์ฉันคนหนึ่ง ซึ่งเคยมาศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมาอาศัยอยู่ที่บ้านเป็นเวลาประมาณ 3-4 ปี เขาได้เอ่ยปากพูดขึ้นว่า “กอร์ดอน ดิลลันมีทรงต้นและทรงดอกน่าจะมีลักษณะทางพันธุศาสตร์เป็นเต็ดตราพลอยด์” (tetraploid)
ฉันมองตามสายตาของเขาที่มุ่งไปยังกล้วยไม้ต้นหนึ่งซึ่งแขวนอยู่ไม่ห่างไกลนักพลันความคิดก็ผุดขึ้นมาว่า “เมื่อพูดถึงคำว่ากอร์ดอน ดิลลัน คนไทยที่สนใจกล้วยไม้คงมุ่งมองไปยังกล้วยไม้สกุลแวนด้าลูกผสม โดยไม่รู้ที่มาที่ไปของชื่อนี้ว่าแท้จริงแล้วมีความสำคัญต่อวงการกล้วยไม้ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อวงการกล้วยไม้ของไทยอย่างไร?”
เมื่อได้ยินคำว่า “กอร์ดอน ดิลลัน” (Gordon W. Dillon) แท้จริงแล้วเขาเป็นคนสำคัญในประวัติศาสตร์ของวงการกล้วยไม้ระดับโลกคนหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีผลแพร่กระจายมาถึงการพัฒนาวงการกล้วยไม้ของไทยอย่างสำคัญอีกด้วย
เมื่อพูดถึงการประชุมกล้วยไม้โลก (World Orchid Conference W.O.C.) ในขณะที่ฉันมุ่งมั่นทำงานในเรื่องกล้วยไม้ โดยเริ่มต้นจากประเทศไทยไปก่อนและทำอย่างจริงจังจากรากฐานจิตใจที่อิสระจึงขยายผลออกไปสู่ระดับโลกอย่างไม่คาดคิดมาก่อน ซึ่งขณะนั้นเมืองไทยเมื่อพูดถึงกล้วยไม้แล้วคงมีแต่กลุ่มศักดินากลุ่มเล็กๆ ที่นำกล้วยไม้มาเล่นแบบเศรษฐี แถมยังหวงวิชาความรู้เอาไว้ในพวกตัวเอง จึงทำให้ผลจากการปลูกกล้วยไม้ในช่วงนั้นไม่อาจที่จะอุทิศประโยชน์สุขให้แก่สังคมได้
ศ.ระพี สาคริก



