ไลฟ์สไตล์

กกอ.ชี้นศ.สมัยนี้ไม่กระหายความรู้

กกอ.ชี้นศ.สมัยนี้ไม่กระหายความรู้

29 มิ.ย. 2554

ประธานกกอ. ชี้นศ.สมัยนี้ ไม่กระหายความรู้ แถมครูสอนน่าเบื่อ ทุกอย่างยังเป็นหลักสูตรที่ตายตัว แนะสร้างนศ.ศตวรรษที่21ครูต้องไม่เน้นการสอน แต่ต้องออกแบบการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจให้แก่บัณฑิต พร้อมย้ำวิชาการสายรับใช้สังคม ยังไม่สามารถสร้างคุณค่า ตีราคาขอตำ

 เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง การพัฒนาวิชาการสายรับใช้สังคม จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ร่วมกับมูลนิธิสยามกัมมาจล ตอนหนึ่งว่า หลังจากมีวิกฤตทางการเมืองและสังคมเมื่อต้นปี 2553 สังคมได้เรียกร้องให้สถาบันอุดมศึกษาแสดงบทบาทที่ต้องพาชาติออกจากวิกฤต โดยจัดการศึกษาต้องอยู่บนพื้นฐานของชีวิตจริง นักวิชาการที่มีผลงานด้านการรับใช้สังคมต้องมีพื้นที่ในสถาบันอุดมศึกษา รวมถึงต้องผลักดันให้การศึกษาเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตและอยู่บนฐานวัฒนธรรม เพื่อตอบโจทย์ปัญหาของสังคม ชุมชน ท้องถิ่น และสนับสนุนให้ผลงานวิชาการสายรับใช้สังคมได้รับการยอมรับ การประเมินคุณภาพและคุณค่า เพื่อใช้เป็นผลงานเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ

 ทั้งนี้ มีสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่งที่เห็นความสำคัญและมีนโยบายในการจัดการระบบการศึกษาที่เน้นการบูรณาการวิชาการสายรับใช้สังคม เช่น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และสถาบันอาศรมศิลป์ เป็นต้น

 ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ประธาน กกอ. กล่าวปาฐกถาพิเศษการพัฒนาวิชาการสายรับใช้สังคม ทิศทางการผลิตบัณฑิตในศตวรรษที่ 21ว่า ที่ผ่านมาอุดมศึกษามีส่วนสร้างปัญหาให้กับสังคม เพราะการเรียนการสอนทำให้นักศึกษายอมรับคนอื่นได้ยาก ดังนั้น การสร้างนักศึกษาในศตวรรษที่21 ที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงต้องอย่างรวดเร็ว และนักศึกษาปัจจุบันกับอดีตเป็นมนุษย์คนละพันธุ์ ไม่เหมือนกัน โดยนักศึกษาในอดีตมีความรู้น้อยทำให้หิวกระหายในการเรียนรู้ แต่นักศึกษาสมัยนี้มีความรู้เยอะ เพราะหาความรู้ได้ง่าย ทำให้ไม่หิวกระหาย

  ขณะที่การสอนของครูน่าเบื่อ สอนแต่สิ่งที่รู้แล้วทำให้ผู้เรียนไม่เกิดความอยากรู้ การเรียนการสอนยังเน้นแบบเดิมๆ ทุกอย่างยังเป็นหลักสูตรที่ตายตัว ในศตวรรษที่21 การเรียนการสอนต้องเป็นการฝึกฝนควบคู่กับการเรียนรู้ ครูต้องไม่เน้นการสอน แต่ต้องออกแบบการเรียนรู้ และเน้นการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่บัณฑิต รวมถึงการเรียนต้องไม่เน้นถูกผิด แต่เน้นตามความคิด มีการเรียนแบบกลุ่ม และมีการเปิดเผยข้อสอบ ให้นักศึกษาได้คิด

 "ขณะนี้มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ทำงานวิชาการสายรับใช้สังคม ซึ่งทำได้ดี และเป็นการตอบโจทย์ปัญหาสังคม ชุมชนท้องถิ่น แต่ผลงานดังกล่าวยังไม่สามารถสร้างคุณค่า ตีราคาให้เพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ เช่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ได้ จึงทำให้มหาวิทยาลัยเน้นการทำงานวิชาการนานาชาติ ทั้งที่การทำงานวิชาการรับใช้สังคมและวิชาการนานาชาติทำควบคู่กันไปได้ เพราะฉะนั้น ควรมีการจัดระบบการจัดการวิชาการที่ดี และชัดเจน เพื่อเอื้อให้อาจารย์มหาวิทยาลัยต่างๆ ทำงานเพื่อรับใช้สังคมมากขึ้น"ศ.นพ.วิจารณ์ กล่าว