ไลฟ์สไตล์

ชินวรณ์เตรียมปัดฝุ่นประกาศเก็บเงินบำรุงการศึกษา

ชินวรณ์เตรียมปัดฝุ่นประกาศเก็บเงินบำรุงการศึกษา

28 มิ.ย. 2554

“ชินวรณ์” สวนกระแส สพฐ.เตรียมปัดฝุ่นประกาศเก็บเงินบำรุงการศึกษา หลังอ.ร.ร.เอาเวลาโอดนโยบายห้ามรับเงินบริจาคช่วยรับเด็กทำร.ร.ได้เม็ดเงินบริจาคน้อยลง แนะ ร.ร.จูงใจสถานประกอบการผู้ปกครองร่วมบริจาคพัฒนาคุณภาพการศึกษา

              (28มิ.ย.) นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมปัดฝุ่นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องการเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. ภายหลังมีผู้บริหารโรงเรียนระบุว่านโยบายห้ามรับบริจาคระหว่างการดำเนินการ รับนักเรียนและห้ามรับบริจาคเพื่อแลกกับการเข้าเรียน ส่งผลให้ยอดบริจาคจำนวนลดลงจากเดิมมากและการระดมทรัพยากรทำได้ยากขึ้น ว่า อยากให้มองตรงกันข้ามว่า การมีนโยบายรับนักเรียน หรือการห้ามรับบริจาคในระหว่างการรับนักเรียน หรือเพื่อแลกกับที่นั่งนั้น จะเป็นโอกาสที่ดีที่โรงเรียนจะได้เริ่มต้นการระดมทรัยากรที่ถูกต้อง โปร่งใส ขจัดปัญหาการรับเงินใต้โต๊ะ

 ทั้งนี้ โรงเรียนควรใช้โอกาสนี้เป็นช่องทางในการดึงภาคเอกชน ประชาชนที่มีกำลังพร้อมให้การสนับสนุนการศึกษามามีส่วนร่วมโดยการจัดโครงการ ระดมทรัพยากร ในรูปแบบ CSR เพื่อ การศึกษา ซึ่งตนมีโครงการจะส่งเสริมให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ นอกจากนี้ยังมีโครงการจูงใจให้ผู้ที่บริจาคเพื่อการศึกษา เช่น สร้างห้องสมุด หรือบริจาคหนังสือ ก็สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าโดยไม่จำกัดวงเงินที่บริจาค นอกจากนี้ ตนยังเตรียมการจะพัฒนาโรงเรียนให้มีคุณภาพ มาตรฐานใกล้เคียงกัน

   “ถึงเวลาที่ต้องหยุดเอาเรื่องเงินหรือฐานะทางการเงินของผู้ปกครองมาเกี่ยวข้อง กับการรับนักเรียน เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของความเหลื่อมล้ำในสังคม ผู้บริหารเองแทนที่จะมานั่งโอดโอยว่าระดมทรัพยากรได้น้อยบริหารงานไม่ได้ ก็ควรจะดีใจว่าจากนี้จะสามารถกำหนดแผนการจัดระดมทรัพยากรที่ชัดเจน โปร่งใส ทำความเข้าใจในเหตุผลการระดมทรัพยากรต่อสถานประกอบการหรือผู้ปกครองถึง เหตุผลความจำเป็น เชื่อว่าทุกคนยินดีจะจ่ายเพื่อพัฒนาให้การศึกษาของเด็กมีคุณภาพต่อไป”นายชิน วรณ์ กล่าว
      
         ด้าน รศ.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต อดีตประธานคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบการรับนักเรียน กล่าวว่า ต้องแยกเรื่องการรับนักเรียน และการระดมทรัพยากรออกจากกัน และอย่าไปคิดว่าการรับนักเรียนโดยไม่รับเงินบริจาคโรงเรียนจะอยู่ไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันที่เกิดปัญหานี้เพราะที่ผ่านมางบประมาณที่รัฐจัดสรรมาไม่เพียง พอ โรงเรียนจึงต้องหารายได้เองด้วยการระดมทรัพยากร ที่ผ่านมา ศธ.ปล่อยปละละเลยให้โรงเรียนมีอำนาจต่อรองและตัดสินใจได้เอง พอมีนโยบายรับเด็กฝากเข้ามาจึงทำให้เกิดปัญหาขึ้น

                “นโยบาย นี้ถือเป็นนโยบายที่ดีแต่ยังมีความไม่แน่นอน เพราะพอเปลี่ยนรัฐมนตรีทีหนึ่ง นโยบายก็เปลี่ยนขณะที่ข้าราชการประจำก็ไม่สามารถทำงานให้เกิดความต่อเนื่อง ได้”รศ.สุขุม กล่าว