ไลฟ์สไตล์

ไทยถอนตัวจากสมาชิก "IRSG" 
เหตุไม่เอื้อผู้ผลิตยางรายใหญ่

ไทยถอนตัวจากสมาชิก "IRSG" เหตุไม่เอื้อผู้ผลิตยางรายใหญ่

29 มิ.ย. 2554

การลาออกจากสมาชิกองค์การศึกษาเรื่องยางระหว่างประเทศหรือ International Rubber Study Group (IRSG) ของประเทศไทย นับตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2554 นี้เป็นต้นไป ไม่เพียงมีกระทบต่อรายได้ขององค์กรที่ประเทศไทยต้องจ่ายค่าบำรุงสมาชิกปีละกว่า 3.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำ

 แม้ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ดำเนินการปฏิบัติตามกรอบธรรมนูญขององค์กรอย่างเคร่งครัดในฐานะสมาชิกองค์กร หากแต่ประเทศสมาชิกส่วนใหญ่กลับไม่ให้ความสำคัญข้อเสนอในการแก้ไขธรรมนูญ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับอื่นๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะข้อเสนอให้นำเอาค่ารายได้ประชาชาติ (GNI-Gross National Income) เข้ามาเป็นปัจจัยในการคำนวณค่าบำรุงสมาชิกขององค์กรด้วย

  จิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติระบุว่า นอกจากข้อเสนอให้นำเอาค่ารายได้ประชาชาติ (GNI-Gross National Income) เข้ามาเป็นปัจจัยในการคำนวณค่าบำรุงสมาชิกขององค์กรด้วยแล้ว ประเทศไทยได้เสนอให้ IRSG มีการคำนวณค่าใช้จ่ายของประเทศสมาชิกจากปริมาณการผลิตและการใช้ยาง แทนที่จะใช้ปริมาณการผลิตหรือการใช้แต่เพียงอย่างเดียว แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนองเท่าที่ควร

 "ประกอบกับบทบาท IRSG ขณะนี้ไม่ถือว่าเป็นเวทีของประเทศผู้ผลิตและผู้ใช้ยาง (ทั้งยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์) โดยรวม โดยเฉพาะกลุ่มประเทศผู้ผลิตยางพาราหลัก อย่าง อินโดนีเซีย เวียดนามและจีน ที่ผลิตยางรวมประมาณร้อยละ 44.01 ของผู้ผลิตหลัก ก็ไม่ได้ร่วมเป็นสมาชิก IRSG แต่อย่างใด จึงทำให้ไทยเป็นประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ต้องแบกรับภาระในส่วนภาคการผลิตเป็นส่วนใหญ่"

 อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ย้ำอีกว่าไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้นที่ลาออกจากการเป็นสมาชิก IRSG แต่ยังมีอีก 6 ประเทศต่างทยอยลาออกจากการเป็นสมาชิกก่อนหน้านี้ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2554 เช่นกัน ประกอบด้วย สเปน เบลเยียม เยอรมนี อิตาลี ฝรั่งเศสและสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มผู้ผลิตยางสังเคราะห์รายใหญ่ของโลก นอกจากนี้ล่าสุดประเทศมาเลเซียก็ได้ยื่นหนังสือลาออกแล้วเช่นกันแต่มีผลปี 2555 ดังนั้นการลาออกของไทยและมาเลเซียทำให้ประเทศสมาชิกที่เหลือมีสัดส่วนการผลิตยางธรรมชาติคงเหลือประมาณ 10%

 สำหรับ IRSG ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2487 ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกเมื่อปี 2493 เดิมสำนักงานอยู่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ยางของโลก (ทั้งยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์) โดยเน้นการศึกษาด้านอุปสงค์และอุปทานของยาง รวมทั้งแนวโน้ม หลังประเทศอังกฤษได้ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกเมื่อปี 2551 จึงได้ย้ายสำนักงานมาอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2551 จึงจำเป็นต้องแก้ไขธรรมนูญที่เขียนผูกพันกับประเทศอังกฤษ พร้อมทั้งใช้โอกาสนี้แก้ไขธรรมนูญ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับอื่นๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

 นายจิรากรย้ำด้วยว่า ประเด็นหลักที่ IRSG ได้ตกลงแก้ไขไปแล้วประกอบด้วย 1.ยกเลิกข้อความที่ระบุหรือเกี่ยวพันกับกรุงลอนดอนเดิม 2.ยุบรวมหัวหน้าคณะผู้แทน กับคณะกรรมการบริหารเป็นคณะเดียว และยุบรวมคณะกรรมการเศรษฐกิจกับคณะกรรมการสถิติเป็นคณะเดียวกัน เพื่อการประหยัดและลดความซ้ำซ้อน และ 3.แก้ไขให้องค์กรระหว่างประเทศ เช่น European Community-EC หรือองค์กรอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกันสามารถเป็นสมาชิกได้ด้วย โดยเดิมทีได้กำหนดให้สมาชิกจะต้องมีสภาพเป็นประเทศเท่านั้น ผลจากการแก้ไขในประเด็นนี้ทำให้ไทยต้องจ่ายค่าบำรุงสมาชิกเพิ่มขึ้น 11,415 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อปี

 เมื่อเห็นว่าธรรมนูญใหม่ไม่ได้รับการแก้ไขให้เอื้อต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ จึงเห็นชอบไม่รับรองธรรมนูญที่แก้ไขใหม่ขององค์การศึกษาเรื่องยางระหว่างประเทศ ( IRSG) จึงจำเป็นต้องลาออกจากการเป็นสมาชิก มีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2554 เป็นต้นไป

"สุรัตน์ อัตตะ"