ไลฟ์สไตล์

เป็นห่วงกล้าพันธุ์ยางปีหน้า

เป็นห่วงกล้าพันธุ์ยางปีหน้า

29 มิ.ย. 2554

ตอนนี้ราคายางพาราตกลงอีกแล้วครับ ตลอดระยะเวลาสัปดาห์ที่ผ่านมาตกลงทุกวัน วันละ 4-6 บาท ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา น้ำยางข้นมีการซื้อขายในพื้นที่ภาคใต้เพียง กก.ละ 120 บาทกว่าๆ เท่านั้น ขณะที่ราคาต้นกล้ายางพาราราคายังพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ สร้างผลกระทบ

  โดยเฉพาะโครงการส่งเสริมปลูกยางพาราในพื้นที่แห่งใหม่ ระยะที่ 3 มาตรา 21 ทวิ ตาม พ.ร.บ.กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางปี พ.ศ.2503 ในพื้นที่ดำเนินการ 8 แสนไร่ ที่มีระยะเวลาดำเนินการภายในเวลา 3 ปี (2554-2556) และมีเป้าหมายดำเนินการในปีแรกปีนี้ (2554) จำนวน 2 แสนไร่นั้นกระทบเต็มๆครับ และตอนนี้ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า การดำเนินการในปีแรก ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้แน่นอน

 ลองคิดดูสิครับ ขนาดกล้าพันธุ์ที่ติดตาเขียวขายกันในพื้นที่ภาคใต้ต้นละกว่า 20 บาท ชำถุง 50-80 บาท แต่งบประมาณที่สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) ตั้งไว้ที่ต้นละ 18 บาทเท่านั้น

 แม้สัปดาห์ที่แล้วทางคณะผู้บริหาร สกย.นำโดยคุณวิทย์ ประทักษ์ใจ ในฐานะผู้อำนวยการ สกย.ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการโครงการนี้ให้ได้ตามเป้ามากที่สุด และยืนยันว่า ในส่วนที่เหลือจะชดเชยในปีถัดไป หรือปีที่สอง (2555) ตามที แต่ก็น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งครับ

 ไม่ได้มาตำหนิ สกย.เพียงแต่เป็นห่วง กลัวว่าเกษตรกรจะเสียโอกาส ซึ่งทุกคนก็ปรารถนาที่จะให้โครงการนี้บรรลุผลตามเป้าหมาย เพราะนั่นหมายถึงอีก 7 ปีข้างหน้าเกษตรกรที่ร่วมโครงการนี้จะมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ประเทศไทยจะได้เงินตราต่างประเทศจากการส่งออกยางพาราได้อย่างมหาศาล

 ตามที่คุณเชาว์ ทรงอาวุธ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการสงเคราะห์ สกย. ในฐานะที่รับผิดชอบโครงการส่งเสริมปลูกยาง 8 แสนไร่ บอกว่า ได้รับยืนยันจากกรมวิชาการเกษตรว่า ปีนี้มีเอกชนขอขึ้นทะเบียนทั้งหมดราว 300 ล้านต้น คิดว่าจนสิ้นฤดูการเพาะปลูกปลายเดือนสิงหาคมนี้ น่าจะมีเหลือแน่นอน

 อย่างว่าครับ เพราะว่าถ้ามีมากถึงขนาดนั้นราคาต้นกล้าพันธุ์ยางไม่แพงถึงขนาดนี้ อย่าลืมนะครับว่า ขณะนี้มีบริษัทยักษ์ใหญ่จากไทย ไปปลูกยางพาราใน ส.ป.ป.ลาว 2 แสนไร่ และมีรายย่อยอีกจำนวนมาก รวมถึงในกัมพูชาด้วย เขาจะเอากล้าพันธุ์มาจากไหน

 ถ้าไม่เชื่อ ลองไปแถวๆ จ.สะหวันนะเขต ฝั่ง ส.ป.ป.ลาว หรือแม้แต่ฝั่งตรงข้ามของ จ.นครพนม บ้านเกิดของรัฐมนตรีที่ดูแล สกย. มียางพาราเพิ่งปลูกใหม่สวยงามมาก มีคนยืนยันว่า พันธุ์ที่ปลูกฝั่ง ส.ป.ป.ลาว ล้วนแต่เป็นพันธุ์อาร์อาร์ไอเอ็ม 600 และอาร์อาร์ไอที 251 แล้วทั้งสองสายพันธุ์ที่ว่านี้ผลิตที่ไหน ก็ "บ้านเราครับ!"

 เขาจะขนกันอย่างไร หรือลักลอบกันอย่างไร ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่จะต้องตรวจสอบ มีคนบอกวิธีการลำเลียงเหมือนกัน แต่ไม่มีหลักฐาน พูดไปก็จะเป็นการปล่อยข่าว   

 อีกอย่างหนึ่งที่เป็นห่วงกล้ายางในปีหน้าราคาจะแพง ก็คือปีนี้อากาศเปลี่ยนแปลง ทางภาคใต้เกิดโรคชนิดหนึ่ง จะเป็นไฟท็อปธอร่า หรือไม่ก็ไม่ทราบ พรรคพวกบอกว่า ช่วงที่ยางพารากำลังออกดอกเกิดอาการใบอ่อนหงิก ดอกร่วง ทำให้ไม่มีผล แล้วจะเอาเมล็ดมาเพาะต้นกล้าจากไหน เพราะทางภาคตะวันออกก็มีน้อยเช่นกัน จะมีบ้างในภาคอีสาน

 ปีหน้าอย่าว่าแต่ต้นกล้าชำถุง แค่เมล็ดราคาก็น่าสูงแล้วครับ!

"ดลมนัส กาเจ"