
สพฐ.เล็งเก็บเงินค่าบำรุงการศึกษา
เผยยอดเงินบริจาคโรงเรียนลด หลังสพฐ.ห้ามร.ร.รับบริจาคเงินช่วงรับเด็ก เตรียมปัดฝุ่นประกาศเก็บเงินค่าบำรุงการศึกษาใหม่ พร้อมหาทางจูงใจผู้ปกครองร่วมระดมทรัพยากร ให้ร.ร.ได้เงินเพิ่มขึ้นเพื่อนำมาพัฒนา
นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า หลังจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประกาศนโยบายห้ามสถานศึกษารับบริจาคในช่วงการรับนักเรียน และห้ามรับบริจาค โดยมีเงื่อนไขแลกรับเข้าเรียนนั้น ปรากฏว่า ยอดเงินบริจาคให้โรงเรียนลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดใหญ่งบประมาณที่ได้รับจากรัฐจึงครอบคลุมแค่ค่าใช้จ่ายพื้นฐานเท่านั้น ไม่เหลือพอที่นำไปใช้ยกระดับโรงเรียนให้มีมาตรฐานตามที่พึงประสงค์ สพฐ.จึงเตรียมจะหาวิธีการจูงใจให้ผู้ปกครองร่วมระดมทรัพยากรให้สถานศึกษามากขึ้น รวมถึงจะปัดฝุ่นประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องการเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. เพื่อหาช่องทางให้โรงเรียนมีเม็ดเงินเพียงพอที่จะรองรับค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อ พัฒนาโรงเรียน
“ได้มอบให้สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สนผ.) ไปจัดประชุมผู้เกี่ยวข้องเร็วๆ นี้ เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการระดมทรัพยากร รวมถึงการรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 4 ที่จะให้นำคะแนนทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) มาเป็นส่วนหนึ่งในการรับนักเรียนด้วย แต่ยืนยันว่า สพฐ.จะคงหลักการเพื่อไม่ให้ระดมทรัพยากรในระหว่างดำเนินการรับนักเรียน และการระดมทรัพยากรต้องไม่เป็นเงื่อนไขในการรับนักเรียน” นายชินภัทร กล่าว
รายการที่โรงเรียนไม่สามารถเรียกเก็บเงินสนับสนุนจากผู้ปกครองได้ เนื่องจากรัฐบาลได้จ่ายเงินงบประมาณเพื่ออุดหนุนให้แล้วจำนวน 22 รายการ ได้แก่ ค่าเล่าเรียนค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน ค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมวิชาการ ค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมคุณธรรม/ชุมนุมลูกเสือ/เนตรนารี/ยุวกาชาด การไปทัศนศึกษา ค่าใช้บริการอินเทอร์เน็ตค่าวัสดุฝึกสอน/สอบ คู่มือนักเรียน บัตรประจำตัวนักเรียน ค่าปฐมนิเทศ ค่าสมุดรายงานประจำตัวนักเรียน ค่าบริการห้องสมุดค่าบริการห้องพยาบาล ค่าวัสดุสำนักงาน ค่าวัสดุเชื้อเพลิงและหล่อลื่น ค่าวัสดุงานบ้านงานครัว ค่าอุปกรณ์กีฬา ค่าซ่อมแซมครุภัณฑ์และอุปกรณ์การเรียนการสอน ค่าใช้จ่ายในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และค่าวารสารโรงเรียน
ส่วนสถานศึกษาที่จัดการเรียนการสอนนอกเหนือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้นักเรียนเกินมาตรฐานที่รัฐจัดให้ สามารถขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายได้ตามความสมัครใจของผู้ปกครองและนักเรียน โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และประกาศให้ผู้ปกครองและนักเรียนทราบล่วงหน้าเพื่อสมัครใจเข้าเรียน เช่น ห้องเรียนพิเศษอิงลิชโปรแกรม (อีพี) ห้องเรียนพิเศษมินิอิงลิชโปรแกรม (เอ็มอีพี) เป็นต้น



