
เพาะกล้ายางชำถุงในโรงเรือนปิด นวัตกรรมใหม่ให้โตเร็ว-ปลอดโรค
หลังจากที่กลุ่มพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ผ่านประสบการณ์ในการผลิตกล้าพันธุ์ยางพาราเพาะชำถุง ตั้งแต่ปี 2547 เพื่อป้อนโครงการขยายพื้นที่ปลูกยางพารา 1 ล้านไร่ ทำให้วันนี้กลุ่มพืชครบวงจร ซีพีได้ค้นพบวิธีการผลิตต้นกล้ายางพาราชำถุงที่มีคุณภาพ ด้วยการ
เรื่องราวของการเพาะกล้ายางพาราชำถุงด้วยระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพันธ์ในโรงเรือนปิด เปิดเผยโดย นายมนตรี คงตระกูลเทียน ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ว่า จากการที่กลุ่มพืชได้นักวิชาการเกษตรที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาพัฒนาวิธีการเพาะกล้างพาราชำถุงมาเป็นเวลานาน ล่าสุด ได้มีการพัฒนาเทคนิคและกระบวนการผลิตกล้ายางชำถุงรูปแบบใหม่ของกล้ายางพาราพันธุ์ เจวีพี 80 (JVP80) โดยนำระบบการควบคุมอุณหภูมิ และความชื้นสัมพันธ์ในโรงเรือนปิดมาใช้แทนการชำถุงในโรงเรือนเปิดเหมือนที่ผ่านมาจนประสบผลสำเร็จ ทำให้ต้นกล้ายางพาราติดตาเขียวที่ผลิตด้วยระบบดังกล่าว แตกตาเร็วแข็งแรงและมีอัตราการเจริญเติบโตที่สม่ำเสมอ
นอกจากนี้ นายมนตรี ยืนยันว่า ยังช่วยลดระยะเวลาการชำถุงจนถึงวันส่งมอบให้เกษตรกรสั้นลงกว่าร้อยละ 50 จากเดิมที่ต้องใช้เวลา 4 เดือนเหลือเพียง 2 เดือนเท่านั้น อีกทั้งร้อยละ 80 ของกล้ายางที่ผลิตเป็นต้นที่สมบูรณ์มีความยาวของก้านที่แตกมีความยาวกว่า 20 ซม. ตามที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดเป็นมาตรฐาน ขณะที่การชำถุงวิธีเดิมจะผลิตได้ต้นที่สมบูรณ์ต้องใช้เวลาถึง 4-6 เดือน ที่สำคัญจะไม่ติดเชื้อใดๆ เนื่องจากอยู่ในโรงเรือนปิด
“ที่เราต้องพัฒนาระบบการผลิตกล้ายางพาราขึ้นมา ก็เพราะว่าปัจจุบันผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศค่อนข้างจะรุนแรงมากขึ้น ปีที่ผ่านมาการผลิตกล้ายางของบริษัทได้รับผลกระทบเช่นกัน จึงเป็นที่มาของการพัฒนาเทคนิคการผลิตกล้ายางชำถุงรูปแบบใหม่ขึ้น ด้วยการนำระบบโรงเรือนปิดมาใช้ควบคู่ไปกับการผลิตตามหลักวิชาการ ในปี 2555 เราตั้งเป้าเพิ่มการผลิตกล้ายางพาราทั้งหมด 2.7 ล้านกล้า จากปัจจุบันผลิตอยู่ที่ 8 แสนต้น เพื่อสนองความต้องการของเกษตรกรที่ต้องการกล้ายางอีกจำนวนมาก” นายมนตรี กล่าว
ด้านนายขุนศรี ทองย้อย รองกรรมการผู้จัดการธุรกิจยางพารา กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ซีพี บอกว่า ขั้นตอนในการเพาะกล้ายางชำถุงในโรงเรือนนั้น จะนำต้นกล้าที่ติดเขียวมาปักชำในถุงดำขนาดใหญ่ 14 นิ้วเช่นเดียวกับกับถุงที่ใช้ในการผลิตกล้ายางชำถุง ในโครงการยาง 1 ล้านไร่ โดยนำดินมาผสมกับสารวีโก้ ลูก้าก่อนเพื่อป้องกันเชื้อรา จากนั้นไปเพาะในโรงเรือนปิด ที่ไม่มีแสงสว่าง รดน้ำสม่ำเสมอ พออายุได้เวลา 30-35 วัน กล้ายางแตกตาเป็นกิ่งยาว 25-30 ซม.ถือว่าเร็วมาก จากเดิมที่เพาะชำทั่วไปต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 เดือน จากนั้นจึงนำไปไว้ในโรงเรือนที่มีแดดรำไรอีก 15 วัน เพื่อให้ต้นกล้ารับแสงแดด ก่อนจะส่งมอบให้เกษตรกรได้โดยใช่เวลาเพียง 50-60 วันเท่านั้น ปีหน้าจะมีการขยายโรงเรือนเพาะพันธุ์กล้ายางชำถุงระบบโรงเรือนปิดอีกให้ครบ 5 โรงในพื้นที่จังหวัดต่าง เพื่อผลิตกล้าพันธุ์เจวีพี 80 ราว 3 ล้านต้น
ก็นับเป็นวัตกรรมใหม่ล่าสุดของวงการผลิตกล้ายางพาราให้มีคุณภาพ ทำต้นกล้าโตเร็ว และแข็งแรง ซึ่งเกษตรกรเองก็น่าจะลองใช้วิธีนี้ได้เช่นกัน
"ดลมนัส กาเจ"



