ไลฟ์สไตล์

ทปอ.เลื่อนรับตรงปี53เป็น 15มี.ค.จุฬาฯ ใช้คะแนนพีเอทีเดือน ก.ค.และ ต.ค.

ทปอ.เลื่อนรับตรงปี53เป็น 15มี.ค.จุฬาฯ ใช้คะแนนพีเอทีเดือน ก.ค.และ ต.ค.

22 เม.ย. 2552

มติ ทปอ.เลื่อนรับตรงปี 53 เป็น 15 มี.ค. ขณะที่จุฬาฯ ใช้คะแนนพีเอที/จีเอที เดือน ก.ค.และ ต.ค. หลังถูกโวยเมื่อประกาศใช้คะแนนพีเอทีเฉพาะเดือน ก.ค. เแจงรับตรงแบบพิเศษจะใช้คะแนนจีเอที/พีเอที ครั้งที่ 2 เท่านั้น

 ผศ.ดร.ม.ร.ว.กัลยา ติงศภัทย์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตามที่จุฬาฯ เปิดรับตรงปีการศึกษา 2553 ในคณะวิชาต่างๆ โดยกำหนดที่จะใช้คะแนนจากแบบทดสอบศักยภาพทั่วไป หรือ จีเอที และแบบทดสอบศักยภาพทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ พีเอที โดยใช้คะแนนการสอบในเดือนกรกฎาคม 2552 ซึ่งเป็นการสอบครั้งที่ 2 นั้น ปรากฏว่าได้รับเสียงคัดค้านจากผู้ปกครองนักเรียนจำนวนมาก บางรายก็จะฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพราะเห็นว่าเป็นการตัดสิทธิเด็ก เพราะเด็กยังมีความรู้ด้านวิชาการไม่เพียงพอ ซึ่งจุฬาฯ ก็รับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย

 ดังนั้นในการสอบตรงปกติปีการศึกษา 2553 ของจุฬาฯ จะเปิดโอกาสให้นักเรียนนำคะแนนจีเอที/พีเอที ที่สอบครั้งที่ 2 ในเดือนกรกฎาคม และสอบครั้งที่ 3 ในเดือนตุลาคมปีนี้ โดยนำคะแนนที่ดีที่สุดมาใช้ ทั้งนี้จุฬาฯ ได้หารือที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ซึ่งเข้ามารับผิดชอบในการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา หรือแอดมิชชั่นส์ ปี 2553 แทนสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) แล้ว ทปอ.ยินดีเลื่อนเวลาในการส่งรายชื่อระบบรับตรงจากเดิมวันที่ 31 มกราคม 2553 เป็นวันที่ 15 มีนาคม 2553 ดังนั้นสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ สทศ. ก็สามารถตรวจข้อสอบและประกาศผลจีเอทีและพีเอที ครั้งที่ 3 ได้ทัน ส่วนการรับตรงแบบพิเศษจะใช้คะแนนจีเอที/พีเอที ครั้งที่ 2 เท่านั้น

 "ระบบรับตรงของจุฬาฯ เลียนแบบมาจากการรับแอดมิชชั่นส์ เด็กสามารถทราบคะแนนก่อนเลือกคณะ ไม่ได้อยู่ในความมืดและรู้สึกสบายใจที่ใช้ระบบนี้ ทั้งยังเปิดโอกาสให้เด็กได้หลายครั้ง" ผศ.ดร.ม.ร.ว.กัลยา กล่าว

 ด้าน ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า ปีการศึกษา 2553 ใช้สัดส่วนการรับตรงต่อแอดมิชชั่นส์ 50:50 รวมทั้งสิ้น 6,000 คน ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามมติ ทปอ.เมื่อ 3 ปีก่อน ที่ระบุว่าให้มหาวิทยาลัยต่างๆ รับนิสิตนักศึกษาในสัดส่วนการรับตรงไม่เกิน 50% หรือหากคณะใดรับตรงเกินกว่า 50% อยู่ก่อนแล้ว ก็ให้คงสัดส่วนเท่าเดิมในการรับตรงปี 2553 และมธ.จะใช้ผลสอบจีเอที/พีเอที มาพิจารณาคัดเลือกตามนโยบายนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เด็กโดยไม่ต้องยุ่งยากสอบหลายครั้งดังนั้นการรับตรงปกติของ จุฬาฯ ก็จะให้สิทธิเด็กนำคะแนนครั้งที่ 2 หรือ 3 มาใช้ เป็นการเพิ่มโอกาสให้กับเด็ก

 “ส่วนการรับตรงแบบพิเศษ เช่น จุฬาฯ ชนบท การคัดเด็กที่มีความสามารถพิเศษด้านกีฬา ศิลปะ เป็นการคัดเลือกที่ต้องดำเนินการค่อนข้างเร็ว ก็จะใช้คะแนน GAT และ PAT ครั้งที่ 2 เท่านั้น หากเด็กไม่ผ่านการคัดเลือกระบบรับตรงแบบพิเศษ ก็ยังมีสิทธิมาสมัครรับตรงปกติ และใช้คะแนน GAT และ PAT ครั้งที่ 3 มาสมัครได้ด้วย ซึ่งจุฬาฯ ทำทุกอย่างเพื่อเพิ่มโอกาสให้กับเด็ก ไม่ได้เป็นการตัดสิทธิเด็กอย่างที่ผู้ปกครองบางกลุ่มเข้าใจ และหากสอบรับตรงไม่ได้ ก็ยังสามารถสมัครสอบแอดมิชชั่นส์กลางได้อีก” ผศ.ดร.ม.ร.ว.กัลยา กล่าว

 ทั้งนี้ ระบบรับตรงของจุฬาฯ เลียนแบบมาจากการรับแอดมิชชั่นส์ โดยเด็กสามารถทราบคะแนนของตนเองก่อนเลือกคณะ ไม่ได้อยู่ในความมืดโดยไม่รู้ว่าตนเองมีคะแนนเท่าใด ก่อนการเลือกคณะ และรู้สึกสบายใจที่ใช้ระบบนี้ ทั้งยังเปิดโอกาสให้เด็กได้หลายครั้งด้วย