
โรคฮิต "ออฟฟิศ ซินโดรม"
นั่งทำงานนานๆ ไม่ได้ปลดปล่อยอิริยาบถ พิมพ์งานจนนิ้วหงิก นั่งเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์อ่านเมลทั้งวัน เหล่านี้คือพฤติกรรมกระตุ้นให้เกิดโรคออฟฟิศ ซินโดรม (Office Syndrome) โรคยอดฮิตของคนทำงานในสมัยนี้
ลักษณะการทำงานแบบนี้ เป็นต้นเหตุของอาการเกี่ยวกับตา และปวดเมื่อยหลัง ต้นคอ ไหล่ ศีรษะ แขน ข้อมือ โดยที่คุณอาจไม่รู้สาเหตุ และเมื่อต้องทำงาน 8-10 ชั่วโมงต่อวัน เกือบทั้งสัปดาห์ ด้วยพฤติกรรมซํ้าๆ
หลายคนจึงมีอาการชาตามมือและเท้า บางคนปวดตา ตาแห้ง สู้แสงไม่ค่อยได้ บางคนเป็นภูมิแพ้ เป็นต้น อาการแบบนี้อาจลุกลามเป็นโรคที่รุนแรงได้ ท่าทางการทำงาน สภาพแวดล้อมในการทำงาน ถือเป็นปัจจัยหลัก เช่น เก้าอี้ปรับความสูงไม่ได้ ความสูง และระยะห่างของคอมพิวเตอร์กับคีย์บอร์ดไม่เหมาะสม การวางข้อมือบนเมาส์ผิดท่า ขนาดของเมาส์ไม่เหมาะสมกับขนาดของมือ การนั่งหลังงอ นั่งไขว่ห้าง นั่งไม่เต็มเบาะ ศีรษะและคอไม่ตั้งตรง หลังส่วนล่างไม่มีซัพพอร์ต เท้าไม่วางแบนราบพื้น แม้แต่การวางแฟ้มงาน หรือสิ่งของใต้โต๊ะทำงาน ส่งผลต่ออาการปวดคอ ปวดข้อมือ ปวดหลังของเราทั้งนั้น เพราะต้องก้มหรือเอื้อมหยิบ
การนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ บังคับให้เกิดการจ้องแสงไฟนานๆ อาการปวดตา ตาลาย ตาแห้งจึงเกิดขึ้น บวกกับมีสารระเหยจากเครื่องใช้และอุปกรณ์สำนักงาน และระบบระบายอากาศ ยิ่งทำให้ตาแห้งและระคายเคืองง่าย ยิ่งไปกว่านั้น คอมพิวเตอร์รุ่นเก่าที่ไม่ใช่จอแอลซีดี ไฟที่จอกะพริบอยู่ตลอด จะยิ่งกระตุ้นให้ผู้ที่เป็นไมเกรน มีอาการปวดหัวหนักเข้าไปอีก
พฤติกรรมนำมาสู่โรค นั่นคือ การใช้นิ้วมือ หรืองอนิ้วมือนานๆ เช่น ต้องพิมพ์งานมากๆ ตัดกระดาษ หรือผ้าหรือขับรถทั้งวัน ซึ่งเหล่านี้อาจทำให้เจอปัญหาโรคนิ้วล็อก (Trigger’s finger) เป็นความผิดปกติของมือที่ไม่สามารถงอ หรือเหยียดได้อย่างปกติ มีอาการขัด เจ็บ และสะดุดเวลางอ และเหยียดนิ้วมือ
ผู้ที่ใช้ข้อมือมากๆ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องพิมพ์งานเยอะๆ เส้นประสาทบริเวณข้อมือ จะมีพังผืดก่อตัวหนา ทำให้เกิดอาการมือชา เรียกว่า โรคอุโมงค์ข้อมือ หรือ Carpal Tunnel Syndrome หากต้องใช้ท่อนแขนมากๆ อาจเกิดอาการในกลุ่ม Tennis Elbow บริเวณแขนด้านนอก หรือกลุ่ม Golfer’s Elbow บริเวณแขนด้านใน
ผู้ที่ทำงานนั่งหน้าคอมพิวเตอร์วันละ 8-9 ชม. ต้องก้มหน้า พิมพ์งาน เขียนงาน ประกอบชิ้นส่วน อาจเกิดเป็นโรคกล้ามเนื้อคอหดเกร็ง อันเกิดจากการหดเกร็งสะสมของกล้ามเนื้อคอจนเป็นก้อนเล็กๆ มีอาการปวดร้าวลึกๆ ของกล้ามเนื้อ ความรุนแรงของการปวด มีได้ตั้งแต่ แค่เมื่อยล้าพอรำคาญ จนไปถึงปวดทรมาน จนไม่สามารถขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ปวดได้ หากทำไปนานๆ สัก 5 ปี 10 ปี อาจพบภาวะของหมอนรองกระดูกคอเสื่อม นอกจากนี้ การนั่งผิดท่า หรือการยกของผิดท่า หรือหนักเกินไป อาจทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหลังอักเสบได้
วิธียืดเส้นยืดสาย
1.ท่าก้มศีรษะ ศีรษะตั้งตรง ก้มคอช้าๆ ก้มให้สุดเท่าที่ทำได้ คือรู้สึกตึงพอดีๆ อย่าฝืน ค้างไว้ 1-8 ในใจ แล้วกลับที่เดิม
2.ท่าเงยหน้า ตรงกันข้ามกับท่าแรก แต่ปิดปาก ค่อยๆ เงยหน้าช้าๆ จนรู้สึกตึง ค้างไว้ แล้วกลับที่เดิม ถ้าเจ็บต้องหยุดทันที
3.เอียงคอซ้าย-ขวา ศีรษะตั้งตรง ค่อยๆ เอียงให้หูอยู่แนวเดียวกับไหล่จนรู้สึกตึง เปลี่ยนข้าง คออย่าบิด ระนาบกับไหล่
4.หันศีรษะซ้าย-ขวา ศีรษะตั้งตรง หันหน้าให้คางไปทางไหล่จนสุด ค้างไว้ แล้วกลับที่เดิม เปลี่ยนอีกข้าง
5.ท่าดัดปลายนิ้วมือ ยื่นแขนซ้ายมาข้างหน้าให้ตึงและขนานกับพื้น ควํ่ามือซ้ายลง ใช้มือขวาดัดนิ้วมือซ้ายขึ้น แล้วค้างไว้ จากนั้นหงายมือซ้ายขึ้น แล้วใช้มือขวาดัดนิ้วมือซ้ายลงแล้วค้างไว้ เปลี่ยนอีกข้าง
6.ท่ายืดแขนซ้าย-ขวา ยื่นแขนซ้ายมาทางหัวไหล่ขวาให้ตึงและขนานกับพื้น ยกแขนขวาขึ้น งัดแขนซ้ายที่บริเวณข้อศอกจนตึง และหันหน้าไปทางไหล่ซ้ายจนตึงเช่นกัน ค้างไว้ แล้วกลับที่เดิม เปลี่ยนอีกข้าง
7.ท่ายืดไหล่ซ้ายขวา ยกแขนซ้ายขึ้นให้ตึงและตั้งฉากกับพื้น งอข้อศอกซ้ายลงไปแตะไหล่ขวาทางด้านหลัง ยกแขนขวาขึ้นไปจับข้อศอกซ้ายที่งออยู่ ดึงรั้งให้ตึง ค้างไว้ แล้วกลับที่เดิม เปลี่ยนอีกข้างในลักษณะเดียวกัน
คนทำงานออฟฟิศ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ ควรตรวจสายตาเป็นประจำทุกปี โดยแพทย์เฉพาะทาง เปลี่ยนจอ monitor เป็นแบบ เลือกจอที่มีความละเอียดสูงๆ และหน้าจอขนาดใหญ่ 19 นิ้ว พักเบรกบ้างเพื่อลดอาการล้าของสายตา ปรับเปลี่ยนโต๊ะทำงานให้เหมาะสม
นพ.วิวัฒน์ เอกบรูณะวัฒน์
โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีราชา



