
ถือครองที่ดิน
ดิฉันเป็นผู้ถือครอบครองที่ดิน นส.3 ก. ซึ่งได้ซื้อมาจากนาย ก. ที่ดินดังกล่าวเจ้าของเดิมได้แบ่งเป็นทางสาธารณประโยชน์ เพื่อให้ใช้ประโยชน์ร่วมกันกับของนางสาว ข. ซึ่งถือครอง นส.3 ก.เลขที่เดียวกับดิฉัน
ต่อมานาวสาว ข. ได้นำที่ดิน นส.3 ก.มาออกโฉนดและนำชี้ทับทางสาธารณประโยชน์ และเมื่อเดือนเมษายน 2554 ได้ปักเสาใหญ่บนถนนดังกล่าวเพื่อปิดกั้นเป็นถนนส่วนบุคคล โดยอ้างว่าถนนสาธารณะนั้นตนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เมื่อ 8 เดือนที่ผ่านมา
ดิฉันได้สอบถามไปยังที่ดินและได้รังวัด ปรากฏว่า สถานที่จริงถนนหายไป ทั้งๆ ที่มีถนนในสารบบ มีซีเมนต์เป็นถนน และใน นส.3 ก. ของข้าพเจ้าก็ติดกับถนนชัดเจน
ดิฉันจึงได้ร้องเรียนทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่ดินได้มารังวัดให้ในวันที่ 5 ตุลาคม และ 15 ธันวาคม 2553 ที่ดินได้บอกแก่ดิฉันว่าไม่สามารถออกเอกสารยืนยันได้ว่ามีถนน เพราะไม่สามารถหาหลักหมุดโครงเจอ
ดิฉันไม่สามารถรอได้ เพราะทางได้ถูกปิด ไม่สามาถนำรถเข้าไปในที่ของตัวเองได้ อยากทราบว่า กรณีอย่างนี้จะสามารถทำอะไรได้บ้าง
ศิริสุข
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากกฎหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ได้มีการแบ่งที่ดินบางส่วนเป็นทางสาธารณประโยชน์ คำว่าทางสาธารณประโยชน์ หมายความว่า บุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปใช้สอยทางนั้นได้ แต่ไม่สามารถเข้าไปถือครอง หรือครอบครองที่ดินแปลงนั้นได้ ไม่ว่าจะครอบครองโดยทางนิติกรรม
หากยกที่ดินให้เป็นถนน โดยนำที่ดินแปลงดังกล่าวไปจดภาระจำยอมที่สำนักงานที่ดินไว้ กฎหมายเรียกว่า เป็นการได้ภาระจำยอมโดยทางนิติกรรม ซึ่งกรณีดังกล่าวเจ้าของที่ดินซึ่งได้ภาระจำยอมทุกแปลงพร้อมทั้งบริวารสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินซึ่งเป็นภาระจำยอมร่วมกัน โดยเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงหนึ่งแปลงใดจะถือครองแต่ผู้เดียวไม่ได้ และยิ่งไปกว่านั้นจะอ้างว่าได้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินซึ่งเป็นภาระจำยอมโดยอายุความก็ไม่ได้ เนื่องจากเป็นการได้มาโดยทางนิติกรรม
ดังนั้น นางสาว ข.ไม่สามารถอ้างความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในถนนดังกล่าวได้ไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ
ส่วนกรณีจะทำอย่างไรเพราะไม่มีทางออกสู่สาธารณะ ก็สามารถฟ้องขอทางจำเป็นได้ครับ
สำหรับเจ้าหน้าที่รังวัดใหม่แล้วแจ้งว่าหาหมุดไม่เจอ ไม่น่าจะเป็นคำตอบที่ถูกต้อง เพราะโดยหลักการแล้ว หากหาหมุดไม่เจอ เจ้าหน้าที่จะต้องดึงหาแนวตามระวางที่ดินเพื่อกำหนดหลักเขตใหม่
ลุงแจ่ม



