
ระดุมทุนสร้างความหวังเด็ก-พ่อแม่
ทำหน้าที่ดูแลเด็กๆ ยามเจ็บป่วย และแบกรับความหวังของพ่อแม่มายาวนานถึง 57 ปี ถ้าเป็นคนก็แก่ประสบการณ์เต็มที ถึงเวลาที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือโรงพยาบาลเด็ก จะขยับขยายทั้งในแง่ของความแออัดและศักยภาพการให้บริการเพิ่มขึ้น โอกาสนี้จึงชวนผู้ใหญ่ใจ
ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดหาทุน ศ.ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย กล่าวว่า ทุกวันนี้พัฒนาการของการเกิดโรคเฉพาะทางในเด็กได้ขยายตัวมากขึ้น ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อใช้ในการรักษา รวมถึงพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้เท่าทันโรค เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลรักษาโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแต่ละปีต้องรองรับผู้ป่วยหมุนเวียนกว่า 3.5 แสนราย ผู้ป่วยที่ส่งต่อมา 1.5 หมื่นราย รวมถึงการมีบุคลากรทางการแพทย์จากต่างประเทศเข้ามาอบรมไม่ต่ำกว่าปีละ 500 คน ดังนั้น ความแออัด 6 คนต่อตารางเมตรสำหรับโรงพยาบาลถือว่ามากเกินไป เพราะ โรงพยาบาลเด็กไม่ได้มีไว้เพื่อแก้ปัญหาอย่างเดียว แต่เน้นการป้องกันด้วย
ด้าน พญ.ศิวาภรณ์ สวัสดิวร ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กฯ เสริมว่า สถาบันแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในฐานะให้การรักษาโรคยุ่งยากซับซ้อนในเด็ก เช่น โรคหัวใจพิการในเด็ก โรคมะเร็งเม็ดเลือด การป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก เป็นต้น ในอนาคตจะต้องมีการขยายขอบข่ายการให้บริการอีก 4 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์ไข้เลือดออก ศูนย์โรคหัวใจเด็ก ศูนย์ทารกแรกเกิด และศูนย์ศัลยกรรมทารกแรกเกิด รวมถึงคลินิกโรคเฉพาะทางอื่นๆ อีกกว่า 20 คลินิก
"โครงการก่อสร้างตึกใหม่คาดว่าจะใช้งบประมาณ 1,100 ล้านบาท ตอนนี้ได้รับเงินสนับสนุนจากโครงการไทยเข้มแข็งจำนวน 500 ล้านบาท ยังต้องระดมทุนเพิ่มอีกราว 600 ล้านบาท ภายใน 3 ปี จึงต้องจัดกิจกรรมรูปแบบต่างๆ รวมทั้งขอรับบริจาคโดยตรงจากผู้มีจิตศรัทธา ซึ่งล่าสุดได้ผลิตกระปุกออมสินไอคิว-อีคิว เล่นสร้างจินตนาการ...เก็บออมสร้างอนาคต หาซื้อได้ที่โรงพยาบาลเด็ก ,ร้านซี-เอ็ด บุ๊คส์ และธนาคารออมสินทุกสาขา รวมถึงโจ๊ก ดร.คิดส์ ที่จะวางตลาดเร็วๆ นี้ " ผอ.คนขยันกล่าว
ในวันแถลงข่าวยังมีการพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กที่ป่วยเป็นโรคเฉพาะ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ความประทับใจที่มีต่อ รพ.เด็ก อย่างครอบครัว "พิชัยกุล" พล.ร.ท.ไตรภพ และ รัตติยา คุณพ่อคุณแม่ของ "น้องปลื้ม" วัย 8 ขวบ ซึ่งป่วยด้วยโรคลำไส้เป็นพิษ เนื่องจากรกพันคอตั้งแต่อยู่ในครรภ์ จนต้องผ่าตัดซ้ำหลายรอบ หลังจากนำมารักษาที่โรงพยาบาลเด็ก คุณพ่อเผยว่าไม่คิดว่าจะได้รับการดูแลอย่างดี เพราะที่ผ่านมามักไว้วางใจแต่โรงพยาบาลเอกชน ซึ่งที่นี่นอกจากจะเยียวยารักษาลูกที่ป่วยแล้ว ยังเยียวยาจิตใจพ่อแม่ด้วย จึงอยากเชิญชวนให้ช่วยกันสนับสนุนโครงการดังกล่าว เพราะเป็นประโยชน์มาก
สนใจบริจาคหรืออุดหนุนสินค้าโครงการ สอบถามได้ที่ศูนย์จัดหาทุนฯ โทร.08-8874-4673



