
No vote workshop
เหลือเวลาอีกเพียง 5 วันเท่านั้นก็จะถึงวันที่พวกเราชาวไทยทั่วประเทศที่รักประชาธิปไตยจะพร้อมใจออกไปเลือกผู้แทนของเราเข้าสภา รักใครชอบใครก็เลือกกันไป ถ้าไม่ชอบใครเลยก็กาช่องงดออกเสียงหรือที่เขานิยมเรียกกันแบบแพร่หลายว่า "โหวตโน" แต่สำหรับท่านผู้อ่านถึงเวลาน
จริงๆ แล้วทั้งหมดนี้มันก็คือ กฎกติกามารยาทของประชาธิปไตย นั่นเองแหละครับ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครรักษากฎกติกามารยาทหลังเลือกตั้งกันบ้างหรือเปล่า
ถ้าจะกล่าวถึงการเลือกตั้งในบ้านเรา ถ้าจะคิดกันให้ดีแล้วมันก็แปลกเหมือนกัน คือถ้าย้อนไปเมื่อ 2-3 สมัยที่แล้วก็จะรณรงค์กันให้พวกเราออกไปใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้ง อย่านอนหลับทับสิทธิ์ ก็คือในยุคนั้นชาวไทยจำนวนมากเลือกที่จะนอนไม่ยอมเลือกตั้ง แต่พอตอนนี้ก็กลับมาให้พวกเราออกเสียงด้วยการโหวดโน ซึ่งถ้าจะมองกันในด้านดีแล้วก็คือชาวไทยเราในยุคนี้ไม่นอนหลับทับสิทธิ์กันอีกแล้ว
แต่ถ้ามองกันในด้านลบมันก็เหมือนกับว่าชาวไทยเราพร้อมใจกันออกไปเลือกตั้งแต่กลับไม่มีใครเหมาะสมที่จะเป็นผู้แทนและผู้นำได้สมบูรณ์แบบ และถ้าการโหวดโนเป็นผลขึ้นมาจริงๆ แล้ว ประเทศไทยเราจะปกครองประเทศด้วยระบอบอะไรกันดีล่ะครับ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พวกเราต้องขบคิดกันให้ดีๆ ก่อนที่เราจะออกไปใช้สิทธิ์ของเรานะครับ
หมดเรื่องประชาธิปไตยไปแล้ว คราวนี้เราไปดูเรื่องอื่นๆ กันบ้างดีกว่า ก็คือเมื่อวันอังคารที่แล้วผมได้ไปช่วย สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม โปรโมทโครงการที่ชื่อว่า จิตสำนึก รักเมืองไทย ที่โรงเรียนหาดใหญ่ วิทยาลัย ซึ่งก็มีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรม 500 กว่าคนโดยโครงการ จิตสำนึก รักเมืองไทย ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมได้เปิดโอกาสให้แก่เยาวชนไทยเข้าร่วมกิจกรรมประกวดการแต่งเพลง ประกวดภาพถ่ายและสปอตโฆษณา โดยมีเงินรางวัลกว่าห้าแสนบาท เป็นเครื่องล่อใจ
และเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วนักเรียนของ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย จึงได้ขึ้นเวทีโชว์เพลงร้องที่พวกเขาแต่งขึ้นมา แต่ก็ดูเหมือนว่าเพลงที่พวกเขาแต่งขึ้นมานั้นจะไม่ค่อยถูกต้องตามกติกาเพราะเนื่องจากว่าเนื้อเพลงที่ร้องมันมีความหมายในเรื่องความรักของเด็กวัยรุ่น ซึ่งเพลงประกวดของโครงการ จิตสำนึก รักเมืองไทย นั้นเนื้อร้องจะต้องมีความหมายถึงความรักความห่วงใยต่อประเทศไทย แต่ผมก็คิดว่าเด็กๆ ที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย ก็คงจะมีความสามารถพอที่จะแต่งเพลงส่งเข้าประกวดได้ถูกต้องตามกติกาและอาจจะคว้ารางวัลได้อยู่ เพราะเพลงที่พวกเขาแต่งขึ้นมาร้องในวันนั้น ผมฟังแล้วก็มีท่วงทำนองที่ไพเราะเหมือนกัน
ในวันนี้ 28 มิถุนายนโครงการจิตสำนึก รักเมืองไทย ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม จะไปประชาสัมพันธ์โครงการที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และโรงเรียนแก่นนครด้วยนะครับ ส่วนตัวผมเองในวันนี้ก็ไม่ได้ใปร่วมกิจกรรม จิตสำนึก รักเมืองไทยที่ขอนแก่น เนื่องจากคืนนี้ผมมีคอนเสิร์ตที่หอประชุมนานาชาติ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก็เท่ากับว่าสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมก็จะวนเวียนอยู่แถวๆ หาดใหญ่และในวันพรุ่งนี้ก็คือวันพุธตอนช่วงเช้าผมก็จะเข้าไปทำ workshop ในหัวข้อ เรื่องดนตรีร่วมสมัย ที่ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ และถัดไปอีกหนึ่งวันก็คือวันพฤหัสฯ ในช่วงบ่ายก็จะเช้าไปทำ workshop เหมือนกันแต่จะเป็นที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ซึ่งการทำ workshop ของผมและคณะก็จะเข้าไปเหมือนเป็นการแสดงกึ่งๆ สาธิตพร้อมกับอธิบายให้ความรู้กับนักศึกษาในเรื่องของการเล่นดนตรีร่วมสมัย
ก็จะว่าด้วย การผสมวงและแนวเพลงตามแบบฉบับของวงผม รวมถึงเทคนิคส่วนตัวในการบรรเลงและการแก้ปัญหาของแต่ละเครื่องมือโดยช่วงนี้ก็จะแยกย้ายกันไปตามห้องต่างๆ ตามชนิดของเครื่องดนตรีก็จะมี เปียโน กีตาร์ เบส แซกโซโฟน ทรัมเป็ต ทรอมโบน กลองแจ๊ส คองก้า ระนาดเอก และขับร้อง ซึ่งใช้เวลาประมาณสองชั่วโมง จึงเท่ากับว่าครั้งนี้เป็นครั้งแรกของผมที่นำนักดนตรีร่วมสมัย ขุนอิน ออฟ บีท สยาม เข้าไปทำ workshop ในสถาบันการศึกษา
ปกติคณะผมจะไปแสดงคอนเสิร์ตเพียงอย่างเดียว และถ้าเข้าไปตามสถาบันการศึกษาแล้ว ผมก็จะเข้าไปแสดงคนเดียว แต่โดยความเป็นจริงนักดนตรีของผมทุกคนนั้นเป็นครูสอนตามสถาบันต่างๆ ผมก็เลยมีความคิดที่จะนำลูกน้องในวงของผมไปร่วมกันทำ workshop ให้ความรู้แก่นักศึกษาตามสถาบันต่างๆ ที่มีความสนใจในเรื่องของดนตรีร่วมสมัย
ส่วนในวันที่ 6 กรกฎาคมนี้ก็จะไปที่ สถาบันเทคโนโลยี่พระจอมเกล้าธนบุรี และถ้าสถาบันไหนสนใจการทำ workshop ในหัวข้อเรื่องดนตรีร่วมสมัยของคณะผม ก็สามารถติดต่อได้ที่ [email protected] ในราคาที่เรียกว่าไม่ซีเรียส
เอ่อ..แต่ความจริงแล้วช่วงนี้น่าจะมีพรรคการเมืองพรรคไหนก็ได้ออกนโยบายหาเสียงมาช่วยเหลือพวกผมในเรื่องนี้บ้างก็ดีนะ คือพวกผมทั้งหมดจะได้ไม่ต้องโนโหวต ขอย้ำว่า โนโหวต ไม่ใช่ โหวตโน มันคนละพวกและคนละเหตุผล ถ้าไม่เข้าใจเดี๋ยวผมจะจัด โนโหวตเวิร์กช็อป...เอามั้ยครับ
"ขุนอิน"



