
อนุมัติงบบัตรทอง 8.9 หมื่นล้าน
ครม.อนุมัติ 8.9 หมื่นล้านงบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า พร้อมดึง รพ.เอกชนร่วมดูแลผู้ถือบัตรทอง 3 โรคเร่งด่วน เน้นโรคค่าใช้จ่ายสูง ทั้งโรคหัวใจ หลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมองอุดตัน เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาทันท่วงที ลดความพิการ
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ครม.อนุมัติข้อเสนองบประมาณสำหรับงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าประจำปี 2553 วงเงิน 89,322.26 ล้านบาท ตามที่นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เสนอ และสำนักงบประมาณอนุมัติความเห็นชอบแล้วโดยมีรายละเอียดดังนี้
งบอัตราเหมาจ่ายรายหัวสำหรับงานหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า 84,791.366 ล้านบาทต่อประชากร 47,239,700 ราย (อัตราเหมาจ่ายรายหัวเท่ากับ 2,406.32 บาท/ประชากรหนึ่งราย) งบประมาณสำหรับให้บริการผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ 2,770.853 ล้านบาทต่อประชากร 138,000 ราย งบประมาณสำหรับให้บริการทดแทนไต สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย 1,455.444 ล้านบาทต่อผู้ป่วย 9,454 ราย งบประมาณสำหรับให้บริการควบคุม ป้องกันและรักษาโรคเรื้อรัง เบาหวานและความดันโลหิตสูง 304.593 ล้านบาท ส่วนงบประมาณสำหรับส่งเสริมการจัดบริการสาธารณสุขนั้น เห็นควรระงับเนื่องจากเป็นภารกิจและความรับผิดชอบของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการขอสนับสนุนงบประมาณดังกล่าว
ด้านนายวิทยา กล่าวว่า งบประมาณดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก เท่ากับจำนวนผู้ป่วยในปี 2552 ขณะเดียวกันจะเน้นเรื่องการส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย และการให้บริการล้างไตผ่านช่องท้องให้ประชาชนเข้าถึงบริการคลอบคลุมมากขึ้น รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านสุขภาพ และโรคค่าใช้จ่ายสูงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โดยมีโรงพยาบาลสังกัดรัฐบาลทุกแห่ง และโรงพยาบาลเอกชนเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการในระบบ จะมีความร่วมมือระหว่างเครือข่ายของโรงพยาบาลกรุงเทพทั้ง 14 แห่ง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนเข้าร่วมดูแลประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
ทั้งนี้จะให้การรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ผู้ป่วยที่มีภาวะหลอดเลือดสมองในกรณีฉุกเฉิน และการผ่าตัดหัวใจชนิดเปิด ซึ่งเป็นโรคค่าใช้จ่ายสูง และจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ความร่วมมือนี้จะทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสเข้าถึงการบริการเพิ่มมากขึ้น มีโอกาสรอดชีวิตและลดความพิการ รวมถึงได้รับบริการที่มีมาตรฐานภายใต้การชดเชยที่เหมาะสม



