ไลฟ์สไตล์

“พริกขี้หนูไทย”กลับจากอวกาศแต่ยังขาดคนเอาไปปลูก

“พริกขี้หนูไทย”กลับจากอวกาศแต่ยังขาดคนเอาไปปลูก

25 มิ.ย. 2554

ในเที่ยวบินล่าสุดของ “เอนเดฟเวอร์” นอกจากเป็นสุดท้ายก่อนปลดระวางแล้ว ยังเป็นเที่ยวบินที่ไทยได้มีส่วนร่วมกับโครงการอวกาศด้วย โดยเที่ยวบินดังกล่าวได้ขนเมล็ด “พริกขี้หนู” ของไทยที่ขึ้นไปโคจรรอบโลกอยู่นานกว่า 4 เดือนกลับลงมา เพื่อให้คนที่ต้องการนำไปปลูก โดยเ

 เมล็ดพันธุ์พริกขี้หนูของไทยได้ขึ้นไปโคจรรอบโลกหลังจากถูกลำเลียงขึ้นไปพร้อมกับจรวดเอชทีวี2 (HTV2) จรวดขนส่งสัมภาระขององค์การอวกาศญี่ปุ่น (แจกซา) ซึ่งถูกยิงจากฐานปล่อยจรวดทาเนกาชิมะ (Tanegashima) ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2554 และเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวได้เดินทางกลับสู่พื้นโลกพร้อมกับกระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์ (Endeavour) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐ (นาซา) เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา

 ดร.สวัสดิ์ ตันติพันธุ์วดี ผู้ดูแลโครงการเมล็ดพันธุ์ไปอวกาศจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ได้รับแจ้งจากทางแจกซาอย่างกะทันหันเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 ว่า จรวดขนส่งสัมภาระไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ของญี่ปุ่น ยังมีพื้นที่ว่างให้ขนส่งสัมภาระขึ้นไปได้เพิ่มเติม จึงอยากให้ไทยเสนอโครงการวิทยาศาสตร์เข้าร่วม ตนจึงเปิดโอกาสในการร่วมโครงการแก่ประเทศต่างๆ ในอาเซียนด้วย ซึ่งในที่สุดมี 4 ประเทศที่ร่วมส่งเมล็ดพันธุ์ขึ้นไปอวกาศ คือ เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย โดยทราบว่า ทางอินโดนีเซียส่งเมล็ดพันธุ์กล้วยไม้ขึ้นไป

 “ช่วงเวลาขณะนั้นค่อนข้างกระชั้นชิด เขาแจ้งมาช่วงเดือนพฤศจิกายน และส่งจรวดในเดือนมกราคม แต่การทำโครงการอวกาศนั้นต้องใช้เวลาในการทำเรื่องผ่านขั้นตอนของแจกซา สำหรับเมล็ดพันธุ์พริกนั้น ผมไปซื้อจากตลาดรังสิต ใจจริงอยากส่งเมล็ดข้าวขึ้นไป แต่ไทยมีกฎหมายห้ามส่งเมล็ดพันธุ์ข้าวออกนอกประเทศ และญี่ปุ่นก็มีกฎหมายห้ามนำเมล็ดพันธุ์เข้าประเทศ อยากจะส่งเม็ดทุเรียน แต่ก็หนักไป จึงเลือกอะไรที่ง่ายๆ และไม่ผิดกฎหมาย ตอนนี้รู้วิธีส่งแล้ว ในอนาคตอาจจะขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษเพื่อส่งเมล็ดพันธุ์ข้าวออกไป” ดร.สวัสดิ์กล่าว

 สำหรับเหตุผลที่ญี่ปุ่นให้ไทยส่งสัมภาระขึ้นไปพร้อมจรวดขนส่งสัมภาระนั้น เนื่องจากน้ำหนักของสัมภาระไม่ครบตามกำหนดที่ตั้งไว้ ซึ่ง ดร.สวัสดิ์อธิบายว่า การส่งจรวดต้องเป็นไปตามน้ำหนักที่ตั้งไว้ จะส่งสัมภาระด้วยน้ำหนักที่น้อยกว่าหรือมากกว่าไม่ได้ โดยครั้งนี้ไทยได้สิทธิในการส่งสัมภาระไม่เกิน 100 กรัม เช่นเดียวกับ 3 ประเทศที่เหลือ ซึ่งเป็นน้ำหนักที่รวมทั้งเมล็ดพันธุ์และบรรจุภัณฑ์ โดยแจกซาได้ส่งถุงพลาสติกเฉพาะสำหรับบรรจุเมล็ดพันธุ์ ซึ่งสามารถกักเก็บก๊าซไว้ได้ เนื่องจากหากมีก๊าซออกไปปนอากาศในสถานีอวกาศ จะทำให้มนุษย์อวกาศเสียชีวิตได้

 ขณะนี้เมล็ดพันธุ์ดังกล่าวได้เดินทางกลับสู่พื้นโลกพร้อมกับกระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์ (Endeavour) ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐ (นาซา) แล้ว

 นักเรียนมัธยมที่สนใจรับเมล็ดพันธุ์พริกจากอวกาศไปทดลองปลูก สามารถรวมกลุ่มกันเสนอโครงการวิทยาศาสตร์ไม่เกินกลุ่มละ 4 คน และมีอาจารย์ที่ปรึกษาไม่เกิน 1 คน สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ <http://www.nstda.or.th/jaxa-thailand/result.php>แล้ว พร้อมกับส่งไปที่โครงการ JAXA ฝ่ายบริหารค่ายวิทยาศาสตร์

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120
หรือ e-mail : [email protected] โทรสาร 0-2529-7147 ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2554 เท่านั้น