ไลฟ์สไตล์

โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายและอาการเจ็บขา

โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายและอาการเจ็บขา

27 มิ.ย. 2554

เรามักจะเข้าใจกันว่าอาการปวดน่อง ปวดขา เกิดจากโรคในระบบกระดูกและข้อ หรือบางคนคิดว่าเป็นอาการปกติของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการมักจะเป็นมากขึ้นเวลาที่เดิน หรือออกกำลังกายจริงๆ สาเหตุส่วนใหญ่คือ โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลาย

 หลอดเลือดแดงส่วนปลาย คือ หลอดเลือดแดงที่เลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ยกเว้นหัวใจและสมอง เช่น หลอดเลือดแดงที่ แขน ขา มือ เท้า หรือในช่องท้อง ซึ่งหลอดเลือดแดงเหล่านี้มีหน้าที่เลี้ยงทั้งกล้ามเนื้อ กระดูก และระบบประสาท มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าหลอดเลือดหัวใจ
 โรคของหลอดเลือดแดงส่วนปลาย เกิดจากความเสี่ยงของผนังหลอดเลือด โดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือด การสูบบุหรี่ โรคอ้วน หรืออายุที่มากขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้หลอดเลือดแดงเกิดการตีบ ตัน หรือมีลิ่มเลือดเกิดขึ้นได้
อาการของโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายที่ขา
 - ปวดเท้า ปวดน่อง โดยเฉพาะเวลาที่เดิน หรือออกกำลังกาย
 - เท้ามีอาการชา หรือสีซีดลง ในบางรายอาจมีอุณหภูมิที่ผิวหนังเย็นลง
 - แผลที่เท้า หรือส้นเท้า ที่รักษายาก หายช้า มักพบในผู้ที่มีเบาหวานร่วมด้วย บางครั้งแผลอาจลุกลามจนเกิดเนื้อเน่าตาย
 อาการเหล่านี้อาจมีได้ข้างเดียว หรือทั้งสองข้าง
การวินิจฉัยโรค 
 ความสำคัญของการวินิจฉัยโรค นอกเหนือจากจะช่วยหยุดยั้งอาการของโรค โดยเฉพาะที่ขาได้แล้ว ยังมีความสำคัญในการช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดแดงของหัวใจ และสมองได้อีกด้วย การวินิจฉัยง่ายๆ ที่ทำได้คือ การวัดความแข็งตัวของหลอดเลือดแดงที่แขน เปรียบเทียบกับที่ข้อเท้า โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า ABI ซึ่งสามารถทำได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว สามารถวินิจฉัยโรคได้ในเบื้องต้น
 หากแพทย์ต้องการดูรายละเอียดมากขึ้น ก็จะใช้เครื่องมือทางรังสีวินิจฉัย เช่น เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CTA) หรือเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) มาช่วยในการตรวจดูรายละเอียดของหลอดเลือด ส่วนการตรวจที่ให้รายละเอียดและความแม่นยำมากที่สุดคือ การตรวจด้วยวิธีสวนหลอดเลือด หรือ Angiogram
วิธีรักษา
 ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของการตีบตันของหลอดเลือด การรักษาสามารถทำได้ตั้งแต่การทานยา ร่วมกับการออกกำลังกายของขา กรณีเป็นมากขึ้น อาจใช้วิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด เช่น การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน หรือใส่อุปกรณ์ถ่างขยายที่ทำจากขดลวด (Stent) กรณีที่มีความจำเป็น หรือโรครุนแรงมาก อาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อเชื่อมต่อหลอดเลือด (Bypass)
การป้องกัน
 ต้องหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่างๆ เช่น หยุดสูบบุหรี่ ควบคุมเบาหวาน ไขมัน และความดัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะผู้สูงอายุควรใช้วิธีการเดินหรือปั่นจักรยาน การออกกำลังกายจะเห็นผลได้ ต้องทำอย่างน้อยวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 3 วัน ติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน และเมื่อมีอาการปวดเท้า ปวดน่อง โดยเฉพาะเวลาเดินหรือออกกำลังกาย ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
 โทร.1719