
ชื่ออยู่อังกฤษ เลือกตั้งไม่ได้
ผมเดินทางไปที่ กกต. เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2554 เพื่อร้องเรียนว่า ชื่อของผมตามใบแจ้งผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ระบุว่า ผมขอไปใช้สิทธิ์ต่างประเทศ ผมเคยลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อตอนปี 2551 แต่หลังเรียนจบกลับมาปลายปี 2552 ผมย้ายชื่อเข้ามาอยู่ฐานทะเบี
ผมได้คุยกับเจ้าหน้าที่ กกต.หลายท่าน ต่างก็แจ้งว่า รายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่ได้เชื่อมกับฐานข้อมูลของทะเบียนราษฎร ผมสามารถเลือกตั้งท้องถิ่นได้ แต่ถ้าเป็นเลือกตั้งระดับชาติต้องไปแจ้งต่อ กกต. ให้ย้ายชื่อผมกลับมาจากอังกฤษด้วยตัวเอง
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ เส้นตายอยู่ที่วันที่ 2 มิถุนายน 2554 กกต.บอกว่า ได้รับรายชื่อผู้ย้ายกลับประเทศไทยจากกรมการกงสุลแล้ว แต่ไม่สามารถติดต่อเป็นรายบุคคลได้ จึงแจ้งให้สำนักงานเขตที่ผู้เดินทางกลับมาช่วยประชาสัมพันธ์ให้
ปัญหาคือ ผมคิดว่า กกต.อ่อนเรื่องประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่เดินทางกลับมาทราบครับว่า ต้องไปแจ้งย้ายตัวเองกลับมา ผมเป็นอาจารย์สอนที่คณะภาษาและการสื่อสาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ผมอ่านหนังสือพิมพ์วันหนึ่งมากกว่า 5 ฉบับ ดูข่าวเป็นประจำ ผมยังไม่เคยได้ยินประกาศเลยครับ
เคยได้ยินแต่เรื่องการขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตและในเขต แต่ที่ผมไม่เข้าใจก็คือว่า ทำไม กกต.ไม่ปรับปรุงข้อมูลรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งกับทะเบียนราษฎร นอกจากนี้ กฎระเบียบที่ระบุให้ผู้ที่เคยเลือกตั้งที่นอกเขตหรือต่างประเทศ ต้องแจ้งย้ายตัวเอง เฉพาะช่วงเวลาหลังการประกาศ พ.ร.บ.เลือกตั้ง เท่านั้น เป็นการก่อให้เกิดความยุ่งยากแก่ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิ์
ข่าวที่ กกต.ทั้ง 4 ท่าน เดินทางไปดูการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรที่ต่างประเทศ จะไปดูว่า ทำไมจึงมีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ที่ต่างประเทศแล้วไม่ใช้สิทธิ์ ผมคิดว่ากรณีของผม และคนอื่นๆ ที่พลาดการใช้สิทธิ์เพราะการอ่อนประชาสัมพันธ์ของ กกต.และระเบียบที่ยุ่งยากของ กกต.นั่นเอง
จเร
ตอบ
นายยงเกียรติ อดิเศรษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงว่า กกต.ประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ทั้งทางหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และเว็บไซต์ เตือนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งรีบตรวจสอบรายชื่อจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยหากพบว่า เคยขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกเขต หรือนอกราชอาณาจักร ให้รีบแจ้งเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียน ภายในระยะเวลาที่ กกต.กำหนด เท่านั้น ซึ่งกฎเกณฑ์และระเบียบต่างๆ เป็นไปตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง
กฎหมายไม่ได้ระบุให้แจ้งเป็นครั้งๆ ไป และไม่มีใครทราบได้ว่า บุคคลดังกล่าวอยู่ที่ไหน ถึงแม้จะมีประวัติการย้ายชื่อเข้าไปยังทะเบียน ซึ่งระบุอยู่ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรก็ตาม บุคคลอื่นที่มิใช่เจ้าของชื่อ ไม่ว่าจะเป็นสำนักทะเบียนราษฎร หรือ กกต. ก็ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนสถานะของบุคคลนั้นๆ ได้ เคยแจ้งขอใช้สิทธิ์ตรงไหน ก็เกิดสิทธิ์ตรงนั้น ถ้าไม่แจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อก็จะติดอยู่นั้นตลอดไป
ส่วนข้อมูลบัญชีรายชื่อ ทางกกต.ไม่ได้ทำขึ้นเอง นำมาจากสำนักทะเบียนราษฎร กระทรวงมหาดไทย ฉะนั้นการเคลื่อนย้ายหรือย้านถิ่นของประชาชน ท้องถิ่นจะเป็นผู้บันทึกรายงานตามคำร้องขอของบุคคลนั้นๆ
ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายและคดี บอกว่า การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในฐานข้อมูลทะเบียน เป็นสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งต้องปฏิบัติตามกฎกติกา
ลุงแจ่ม



