
ลุงแจ่มระวังภัย อยากนวดอย่างเดียว
ดิฉันเป็นคนธรรมดา อยู่ในกรุงโรมเนื่องจากญาติอาศัยอยู่ที่นี่ ทุกอย่างก็ดำเนินมาปกติ จากเดิมเคยทำงานบ้านได้สักพักก็เริ่มเห็นว่าไม่เหมาะ เพราะพูดภาษาไม่ได้
นายจ้างที่นี่ไม่ค่อยชอบนัก แต่จะว่าไรได้มาอยู่นานแล้ว ยังไม่เคยได้เรียนภาษาเลย จนมาเปลี่ยนสายอาชีพ เป็นงานนวดเพราะรักการนวดไทยเป็นชีวิต ตอนอยู่เมืองไทยไปนอนนวดบ่อยๆ จึงคิดว่าที่นี่คงจะเหมือนกัน
พอมาทำร้านนวดที่นี่มันไม่เป็นแบบที่คิดไว้ เมื่อปีที่แล้ววีซ่าฉันจะหมดสิ้นปี โชคดีได้งานก่อนหมดวีซ่า แต่ความโชคดีไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย เจ้าของร้านเป็นคนไทยด้วยกัน พูดจากันอย่างดี แต่นายจ้างก็รับไว้เป็นลูกจ้างชั่วคราวลงแค่ 6 เดือน ฉันก็ทวงถาม นายจ้างอ้างว่าไม่รู้เรื่อง จนครบหมดสัญญา วีซ่าก็ไม่มี เพราะการลงไว้แค่ 6 เดือน ไม่สามารถขอวีซ่าทำงานได้ นายจ้างรู้ดีแก่ใจเพราะสามีเป็นทนายความของที่นี่ จึงใช้เล่ห์หลอกลวงดิฉัน
ตอนนี้ดิฉันก็กำลังจะไม่มีงานทำ และไม่มีวีซ่า วีซ่าของดิฉันไม่ยุ่งยากเลยเพียงแค่มีนายจ้างรับรอง เพราะวีซ่าของดิฉันเป็นวีซ่าครอบครัวมาก่อน พอญาติตายเลยต้องเปลี่ยนมาเป็นแบบนายจ้าง
"ที่เขียนมาเพราะไม่รู้จะระบายกับใคร โปรดรับฟังความทุกข์ยากของคนไทยในต่างแดนด้วย ฉันผิดหวังร้านนวดที่นี่เหลือเกิน มันไม่เป็นอย่างที่ฉันคิดเลย และฉันก็ทำอย่างพวกเขาไม่ได้ด้วย มันคงผิดที่ฉันคิดไม่เหมือนคนในสังคมนี้ ฉันทำงานแลกเงิน แต่ไม่ยอมขายศักดิ์ศรี ขายความเป็นคนของฉัน"
จุดจบของความคิดแตกแยกในสังคมนี้คือ ไม่มีงานทำ ไม่มีใครช่วยเหลือ
ต่อแต่นี้ไปคงต้องสู้กันต่อไป ฉันอาจจะกลับไปทำงานบ้านเหมือนเดิม เพื่อให้นายจ้างรับรองและมีวีซ่าต่อไป แต่ก็ไม่รู้จะมีใครให้ทำหรือเปล่า เพราะตอนนี้คนที่นี่ตกงานกันเยอะ เลยไม่มีเงินจ้างลูกจ้างแล้ว แต่ยังไงฉันก็ต้องสู้ต่อไป เพื่ออนาคตได้กลับเมืองไทย
คนต่างแดน ณ กรุงโรม



