
คมเลนส์ส่องพระ (เสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2554)
*** เข้าโค้งสุดท้ายแล้วในช่วงนี้ สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้นทั่วประเทศใน วันอาทิตย์ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เป็นการเลือกตั้งครั้งใหญ่ ที่มีการขับเคี่ยวกันอย่างรุนแรง เพราะเป็นการเริ่มต้นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของคนไทยทั้งชาติอีกครั้งหนึ่ง ที่ทุกคนมีสิทธิที่จะกำหนดทิศทางของอนาคตเมืองไทยได้อย่างแท้จริง จะก้าวหน้าต่อไป หรือจะถอยหลังกว่าที่เป็นอยู่ บ้านเมืองจะสงบสุข หรือ จะลุกเป็นไฟ ก็อยู่ที่พี่น้องชาวไทยทั้งหลายที่จะลงคะแนนเสียงให้ใคร...เหมือนอย่างที่ พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ) เขียนไว้ในคอลัมน์ ธรรมะจากข่าว ฉบับวันพุธ ที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๕๔ ว่า... " ชะตาชาติอยู่ในมือคนไทย...ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง มองมือของตนเองเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเอาใจอันประกอบด้วย มโนธรรมสำนึก ถามมือตนเองว่า...จะเลือกโจรเข้ามาปล้นชาติ...หรือ...จะเลือกนักปราชญ์เข้ามาบริหารบ้านเมือง
** แต่ก่อนจะถึง วันเลือกตั้ง วันนี้มาเข้า สนามพระ กันก่อน สภาพโดยทั่วไปก็ยังคง เงียบ ตามปกติ จะมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันบ้างก็มีแต่ในหมู่เซียนใหญ่ๆ ที่มีเป้าหมายหลักสำคัญอยู่แล้ว เพราะคนซื้อพระส่วนใหญ่ไม่ค่อยเดือดร้อนในเรื่องเงินทองอยู่แล้ว เงินซื้อพระ คือเงินที่เหลือใช้เหลือจ่ายอยู่แล้ว วันนี้ คมเลนส์ส่องพระ จึงได้ภาพพระมาเพียบเหมือนเดิม จึงขอเริ่มต้นกันด้วย...พระสมเด็จอรหัง ปฏิมากรรมอันเป็นผลงานของ สมเด็จพระสังฆราช (สุก ไก่เถื่อน) สร้างขึ้นขณะเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่ วัดพลับ (วัดราชสิทธาราม) เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๓๖๐ พระส่วนหนึ่งท่านได้แจกชาวบ้าน และอีกส่วนหนึ่งได้นำไปบรรจุกรุที่ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ท่าพระจันทร์ หลังจากที่ท่านได้รับพระราชทานสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ลำดับที่ ๔ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และได้ย้ายไปประทับที่วัดมหาธาตุ
** พระสมเด็จอรหัง เป็นพระสมเด็จเนื้อผง รูปทรงแบบสี่แหลี่ยมชิ้นฟัก มีหลายพิมพ์ อาทิ พิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์ฐานคู่ พิมพ์เกศอุ พิมพ์เล็กมีประภามณฑล และพิมพ์เล็กไม่มีประภามณฑล ด้านหลังขององค์พระมีรอยจารอักขระเป็นตัวขอม อ่านว่า "อรหัง" อันเป็นที่มาของชื่อพระพิมพ์นี้ มี ๒ สี คือ สีขาว และสีแดง ต่อมาได้มีการขุดพบพระพิมพ์เดียวกันนี้ที่ วัดสร้อยทอง ส่วนมากเนื้อพระมักจะหยาบกว่าที่วัดมหาธาตุฯ พระสมเด็จอรหัง องค์ในภาพนี้เป็นพระ พิมพ์ฐานคู่ ของ ธิติเดช ทองภัทร์ (หมู) ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรม และอีกหลายธุรกิจอยู่ที่ เกาะกง ประเทศกัมพูชา ผู้ได้รับความนิยมการสะสมพระเครื่องมาจากคุณพ่อ คือ พ.อ.วิชาญ ทองภัทร์ อดีตอาจารย์โรงเรียนนายร้อย จปร.และกรรมการเวทีมวยราชดำเนิน ที่ผู้เขียนมีความเคารพรักนับถือกันมาเก่าก่อน เมื่อได้มาพบเห็นลูกชายของท่าน มีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน และให้ความสนใจสะสมพระเครื่องเหมือนคุณพ่อ ก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
** ก่อนจะบินไปเมืองมิลาน (อิตาลี) เมื่อเร็วๆ นี้ นพ.ภาณุเมศ ศรีสว่าง อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลสวนดอกเชียงใหม่ ได้ส่งภาพพระกรุจากบ้านเกิดเมืองนอนของคุณหมอ คือ พระนางเสน่ห์จันทน์ มาให้ชมเป็นวิทยาทาน เป็นพระเนื้อดินเผา ค่อนข้างหยาบ พิมพ์สามเหลี่ยม ด้านทั้งสามเกือบจะเท่ากัน ขนาดองค์พระกว้างประมาณ ๒.๗ ซม. สูงประมาณ ๓ ซม. ปางมารวิชัย พุทธศิลป์สมัยสุโขทัยบริสุทธิ์ ขุดพบครั้งแรกที่วัดศรีพิจิตร กิรติกัลยาราม หรือ วัดตาเถรขึงหนัง จ.สุโขทัย ต่อมาขุดพบได้อีกจากกรุวัดต้นจันทน์ และวัดพญาดำ พระส่วนใหญ่จะมีคราบหินปูนสีขาว จับตามผิดเนื้อพระ โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นซอกลึก เมื่อปี ๒๕๐๒ กรมศิลปากรได้เปิดกรุอย่างเป็นทางการ ได้นำพระออกมาจำหน่ายแก่ประชาชนองค์ละไม่กี่สิบบาท ทุกวันนี้เช่าหากันที่หลักหมื่นขึ้นไป พุทธคุณดีเด่นด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาด ปลอดภัย...พระนางเสน่ห์จันทน์ ถือได้ว่าเป็น พระกรุเมืองสุโขทัย อย่างแท้จริง เพราะพระพิมพ์ลักษณะนี้ยังไม่เคยขุดพบจากกรุพระเมืองอื่นใดมาก่อนเลย
** พระกรุเมืองสุโขทัย อีกองค์หนึ่งที่นำมาให้ชมในวันนี้ คือ พระสังกัจจายน์ เนื้อชินเงิน เป็นพระอัครสาวกเพียงรูปเดียวที่ได้รับการสร้างเป็นพระเครื่องและพระบูชามากที่สุด ในบรรดาพระอักครสาวกทั้งปวง หลายท่านเข้าใจว่า พระสังกัจจายน์ เป็นรูปเคารพของพระพุทธเจ้า แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ ท่านเป็นพระอรหันต์ที่เป็นอัครสาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ได้ชื่อว่าเป็น เอตทัคคะ ทางด้านโชคลาภ (เอตทัคคะ หมายถึงผู้ประเสริฐสุดในทางใดทางหนึ่ง เป็นตำแหน่งที่พระพุทธเจ้าได้ทรงแต่งตั้งให้พุทธบริษัท คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ผู้มีความรู้ความสามารถเด่นกว่าท่านอื่นๆ ในด้านนั้นๆ แต่ละตำแหน่ง พระพุทธองค์จะทรงแต่งตั้งเพียง รูปเดียว เท่านั้น) ตามประวัติ พระสังกัจจายน์ แต่เดิมนั้นเป็นผู้มีหน้าตาดี (หล่อมาก) และมีส่วนละม้ายคล้ายกับ พระพุทธเจ้า มาก จนมีผู้เข้าใจผิดคิดว่าเป็น พระพุทธเจ้า ก็มี อีกทั้งสำเนียงเสียงพูดก็เหมือนกันมาก ญาติโยมบางคนได้ฟังธรรมะจากท่านแล้วพากันหลงใหลในน้ำเสียง และความหล่อของท่าน จนถึงกับคลั่งไคล้ก็มี ท่านคิดว่า หากปล่อยไปอย่างนี้จะไปกันใหญ่ จึงได้ตั้งจิตอธิษฐานขอให้รูปร่างของท่านเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม กลายเป็นคนอ้วนพุงพลุ้ย ญาติโยมจะได้ไม่มาหลงใหลในสรีระอันงดงามของท่านอีกต่อไป แต่ในความเชื่อเดิมๆ ก็ยังคงมีอยู่ คือ ใครได้สัการบูชากราบไหว้ท่านแล้วจะเป็นผู้โชคดีทางโชคลาภ ร่ำรวยด้วยทรัพย์สินเงินทองมากมาย คติความเชื่ออันนี้ทำให้โบราณาจารย์ได้คิดสร้างรูปเคารพ พระสังกัจจายน์ มาตั้งแต่สมัยเชียงแสน จนถึงทุกวันนี้ องค์ในภาพนี้เป็น พระสังกัจจายน์ สมัยสุโขทัย ศิลปะสุโขทัยบริสุทธิ์ งดงามมาก เป็นพระเก่าเก็บสภาพเดิมๆ ทุกซอกมุม เป็นพระของ นะ บางแค ผู้ชำนาญการ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ พระหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี และยอดนิยมอื่นๆ อีกหลากหลาย ด้วยความเชื่อที่ว่า สมัยนี้ต้องดูพระได้ทุกหน้า ถึงจะเอาตัวรอด เส้นทางเดินบนถนนสายนี้ของ นะ บางแค เป็นอย่างไร? เอาไว้คอยอ่านในวันพรุ่งนี้
** เหรียญพระเกจิอาจารย์รุ่นเก่า ที่โด่งดังด้าน เหนียว มาเก่าก่อน จนเลื่องลือไปทั่วทุกวงการ ควรที่ นักการเมือง ผู้กลัวตายก่อนจะได้เป็น ส.ส.จะได้รีบหามาขึ้นคอ คือ เหรียญหลวงพ่อช่วง วัดบางแพรกใต้ จ.นนทบุรี รุ่นแรก ปี ๒๔๘๘ ที่ระลึกทำบุญอายุครบ ๘๕ ปี ลักษณะคล้ายเหรียญรูปอาร์ม สร้างด้วยเนื้อทองเหลือง เนื้อทองแดง และเนื้อเงิน พุทธคุณดีเด่นทางเมตตามหานิยม และคงกระพันชาตรี ชนิดที่แมลงวันไม่มีวันได้กินเลือด หลวงพ่อช่วง ท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๐๔ มรณภาพ พ.ศ.๒๔๙๘ สิริรวมอายุ ๙๔ ปี พรรษา ๗๔ ความโด่งดังของเหรียญรุ่นแรกนี้ วงการพระถึงกับซื้อขายกันที่หลักแสน ในภาพนี้เป็นเหรียญของ ชรินทร์ สงขลา ผู้นิยมชมชอบในการสะสมเหรียญพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าเป็นอย่างยิ่ง
** ของดียังมีอยู่ เจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ประทานพระเมตตาให้ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช จัดสร้างวัตถุมงคล สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรังสี) ประกอบด้วย ๑.พระรูปเหมือนบูชา หน้าตัก ๕ นิ้ว มี ๓ เนื้อได้แก่ เนื้อเงิน, เนื้อสัตตะโลหะ และเนื้อทองเหลืองรมดำ ๒.เหรียญสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) มี ๔ เนื้อ ได้แก่ เนื้อทองคำ, เนื้อเงิน, เนื้อทองแดงนอก และพระเนื้อผง เจ้าประคุณสมเด็จฯ ทรงประกอบพิธีเททอง และพิธีมังคลาภิเษก ทรงจุดเทียนชัย และนั่งอธิษฐานจิต สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม ประกอบพิธีดับเทียนชัย เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๓๖ รายได้จากการทำบุญบูชาวัตถุมงคลรุ่นนี้ จะได้นำไปสมทบทุนสร้าง วิหารพระพุทธอุดมมงคลเวฬุวัน ณ วัดเวฬุวัน จ.บึงกาฬ สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร.๐-๒๒๘๑-๒๘๓๑-๒, ๐๘-๑๕๕๒-๙๙๖๗
** "อย่าเอาจริงเอาจังกับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขาไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก" (จาก...สูตรแห่งความสุข...ตำราชีวิตประจำวัน โดย สุทธิชัย หยุ่น)
**...พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ต่อไป...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***
0 แล่ม จันท์พิศาโล 0



