
6วิชาชีพสธ.จี้พรรคการเมืองคลอดนโยบายสมานฉันท์ระหว่างแพทย์-ผู้ป่วยที่เหมาะสม
6 วิชาชีพสธ.ร่วมเวทีสัมมนานโยบายการแพทย์และสาธารณสุข แพทยสภาชูประเด็นเรื่องปกป้องแพทย์อย่างเป็นธรรม เสนอนักการเมืองเร่งคลอดนโยบายที่เหมาะสม ด้าน ผอ.สำนักนโยบายฯจี้เร่งแก้ความเหลื่อมล้ำ ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาล
เมื่อเร็วๆนี้ ที่สภาการพยาบาล แพทยสภาร่วมกับสภาการพยาบาล ทันตแพทยสภา สภาเภสัชกรรม สภาเทคนิคการแพทย์และสภากายภาพบำบัด จัดประชุมสัมมนา "นโยบายด้านการแพทย์และสาธารณสุขจากพรรคการเมือง โดยมีศ.คลินิกนพ.อำนาจกุสลานันท์ นายกแพทยสภาเป็นประธานเปิดการเสวนา นพ.สัมพันธ์คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา เป็นผู้ดำเนินรายการ และมีตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) คือนพ.บรรพตต้นธีรวงศ์และตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย (พท.) นายวิชาญมีนชัยนันท์
นพ.สัมพันธ์กล่าวว่าบุคลากรสาธารณสุขกังวลอย่างมากเรื่องนโยบายด้านกำลังคน การปกป้องบุคลากรจากการให้บริการสาธารณสุข ด้วยการผลักดันและสนับสนุนกฎหมายที่เป็นธรรม เช่น กรณีถูกฟ้องร้อง ยังพบว่ามีแพทย์ถูกฟ้องดำเนินคดี อยากทราบว่า พรรคการเมืองจะมีแนวทางในเรื่องนี้อย่างไร ทำอย่างไรให้มีกฎหมายที่ทำให้เกิดความสมานฉันท์ระหว่างผู้ให้บริการกับผู้รับบริการสาธารณสุขอย่างจริงจัง
ขณะที่นพ.ศุภกิจศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กล่าวว่าอยากให้พรรคการเมืองอธิบายให้ชัดเจนถึงแนวทางการเพิ่มความเป็นธรรมเรื่องสิทธิการบริการสาธารณสุข เช่น กรณีการยุบรวมระบบบริการสุขภาพทั้ง 3 สิทธิคือ ระบบรักษาฟรี ประกันสังคม และระบบสิทธิสวัสดิการข้าราชการจะยุบหรือไม่ ถ้าไม่ยุบมีแนวทางอื่นเพื่อจะจัดบริการสุขภาพแบบไม่เหลื่อมล้ำแก่ประชาชนหรือไม่ รวมทั้งความชัดเจนเรื่องนโยบายดูแลผู้สูงอายุและควรกระจายอำนาจระบบสาธารณสุขสู่ท้องถิ่น
ขณะนี้ระบบสวัสดิการข้าราชการมีอัตราการรับบริการผ่าท้องสูงถึง4 เท่าของระบบรักษาฟรีเป็นเพราะการบริการทั้งสามระบบไม่เท่ากันในบางจุด ขณะที่รักษาฟรีนั้นเป็นเหมาจ่ายรายหัว หากแก้ระบบนี้ได้เชื่อว่าจะลดปัญหาอื่นได้เช่นกัน นพ.ศุภกิจกล่าว
นายวิชาญกล่าวว่าสำหรับกฎหมายนั้นต้องลงไปดูในกระบวนการพิจารณาคดี อาจจะปรับกฎหมายลูกให้มีตัวแทนวิชาชีพเข้าไปมีส่วนร่วมพิจารณากรณีเกิดการฟ้องร้องระหว่างผู้ให้บริการสาธารณสุขกับผู้รับบริการ ทั้งนี้ เพื่อความสบายใจของแพทย์และบุคลากร รวมทั้งปกป้องผู้ป่วยด้วย ก็อาจแยกกฎหมายในการพิจารณาคดีแพทย์กับผู้ป่วยออกจากกฎหมายที่คุ้มครองผู้บริโภค เว้นแต่กรณีทำศัลยกรรมพลาสติก ส่วนเรื่อง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้เสียหายนั้นต้องทำประชาพิจารณ์และกำลังคนด้านสาธารณสุขนั้นก็เดินหน้าจะเจรจากับสำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)
ขณะที่นพ.บรรพตกล่าวว่าหากได้เป็นรัฐบาล พรรคพรรคประชาธิปัตย์คงจะคุ้มครองแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขอย่างเป็นธรรมด้วยการแก้ทั้งระบบ คือเร่งออกกฎเข้มในการคุมมาตรฐานโรงพยาบาล เครื่องมือแพทย์ เพื่อที่บุคลากรจะได้ปฏิบัติการอย่างมั่นใจและบริการผู้ป่วยอย่างเต็มที่ รวมทั้งพยายามผลักดันกฎหมายที่เสริมสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ให้บริการและรับบริการสาธารณสุขด้วย



