ไลฟ์สไตล์

ก.แรงงานแก้กฎหมาย3ฉบับเตรียมรับเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีอาเซียน7สาขาวิชาชีพ

ก.แรงงานแก้กฎหมาย3ฉบับเตรียมรับเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีอาเซียน7สาขาวิชาชีพ

24 มิ.ย. 2554

กระทรวงแรงงานแก้กฎหมาย3 ฉบับเตรียมรับเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีอาเซียน 7 สาขาวิชาชีพ อาทิ แพทย์ วิศวกร เร่งทำเกณฑ์มาตรฐานแต่ละสาขา ดันเข้าสู่มาตรฐานเดียวกัน ชี้ควรปรับขึ้นเงินเดือนให้สูงขึ้นสกัดสมองไหล

เมื่อวันที่23 มิถุนายนนายสิงหเดช ชูอำนาจ ผอ.สำนักประสานความร่วมมือระหว่างประเทศสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวหลังประชุมคณะทำงานจัดทำแผนการทบทวนและแก้ไขปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบของกระทรวงแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือเสรี 7 สาขาวิชาชีพว่า ที่ประชุมมีมติให้ปรับปรุงกฎหมาย 3 ฉบับได้แก่ 1.พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าวพ.ศ.2551 2.ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานฉบับที่... และ3.พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์พ.ศ.2518 เนื่องจากกฎหมายทั้ง3 ฉบับมีบทบัญญัติบางประการที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งเกรงว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีอาเซียนปี 2558 ใน7 สาขาวิชาชีพได้แก่ แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล สถาปนิก วิศวกร ช่างสำรวจ และนักบัญชี เพื่อให้แรงงานกลุ่มเหล่านี้สามารถเข้ามาทำงานในประเทศไทยและจัดตั้งสหภาพแรงงานได้ ซึ่งขณะนี้ร่างแก้ไขกฎหมายทั้ง 3 ฉบับอยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาหากพิจารณาแล้วเสร็จทางกระทรวงแรงงานจะเสนอต่อรัฐบาลใหม่เพื่อผลักดันเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ต่อไป

นายสิงหเดชกล่าวอีกว่าในที่ประชุมตัวแทนสมาคมวิชาชีพทั้ง 7 สาขาได้แสดงความเป็นห่วงในเรื่องเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพ เนื่องจากมาตรฐานแต่ละประเทศไม่เท่ากัน จึงเห็นว่าควรจัดทำเกณฑ์มาตรฐานกลางของแต่ละวิชาชีพในระดับอาเซียน เพื่อนำมาใช้ประเมินแรงงานอาเซียนซึ่งจะทำให้แรงงานไทยและต่างชาติเข้าสู่มาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งในเรื่องค่าตอบแทนในแต่ละประเทศไม่เท่ากัน หากประเทศไหนให้ค่าตอบแทนสูง เกรงว่าแรงงานจะทะลักเข้าไปประเทศนั้นมากขึ้น ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบให้แต่ละสมาคมวิชาชีพไปศึกษาข้อมูลจำนวนประชากร รวมถึงสัดส่วนของประชากรต่อจำนวนผู้ประกอบวิชาชีพทั้ง 7 สาขาของแต่ละประเทศในอาเซียน เพื่อวางแผนกำหนดสัดส่วนการเปิดรับและไหลออกของแรงงานแต่ละสาขาให้สอดคล้องกับอุปสงค์และอุปทานของแต่ละประเทศ จะได้ไม่เกิดปัญหาขาดแคลนบุคลากร

ปัจจุบันมีหลายสาขาวิชาชีพไหลออกไปทำงานต่างประเทศกันอยู่แล้วซึ่งเป็นไปตามแหล่งทุนและความขาดแคลนของประเทศนั้นๆ ดังนั้น เมื่อเปิดประชาคมอาเซียน ประเทศไทยก็ต้องเตรียมความพร้อมรับมือแรงงานไทยที่จะไหลออกไปนอกประเทศเพิ่มขึ้น เช่น รัฐบาลควรเพิ่มค่าตอบแทนสูงขึ้นและเปิดช่องให้มีการหารายได้เสริม"

นายสิงหเดชกล่าวด้วยว่าขณะนี้ประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมไปพอสมควรซึ่งค่อนข้างล้ำหน้าไปกว่าประเทศอื่นๆ ดังนั้น ในที่ประชุมจึงได้ตั้งข้อสังเกตว่าประเทศไทยควรจะสงวนท่าทีในเรื่องนี้ และคอยจับตาดูว่าประเทศอื่นๆ มีการเตรียมความพร้อมอย่างไร