
"สงกานต์"ชี้ขาดพระแพลงกิ้งให้ออกจากวัด
"สงกานต์" เดือด เข้ากองปราบฯ ลงบันทึกประจำวัน ชี้ขาดโดนให้ออกจากวัด หลังพิสูจน์หลักฐานชัดพระวัดกลางเกร็ด ยืนกรานตัดไฟแต่ต้นลม หวั่นพระรูปอื่นเลียนแบบพฤติกรรม ด้านสำนักงานพระพุทธศาสนาเผย เณรแต๋วไทยแลนด์ห้ามยาก วอนพระภิกษุสงฆ์สามเณรดำรงตนให้เหมาะสม
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สมเกียรติ ตันติกนกพร พงส. (สบ 3) กก.1 บก.ป. เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กรณีได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีพระสงฆ์ประพฤติตนไม่เหมาะสมด้วยการแสดงท่านอนคว่ำหน้าแล้วแข็งตัว หรือที่เรียกว่าการทำแพลงกิ้ง โดยลอยตัวอยู่ที่ขอบบันไดกุฏิวัด ได้นำภาพออกเผยแพร่ตามเว็บไซต์ต่างๆ ทางอินเทอร์เน็ต จึงตรวจสอบข้อมูล กระทั่งพบว่าบุคคลในภาพเป็นพระจริง มีฉายาในกลุ่มผู้ที่เล่นอินเทอร์เน็ตว่า “ชินสี ห่วงรัก” โดยพบว่าเป็นพระลูกวัดกลางเกร็ด หมู่ 1 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งกระทำการไปด้วยความคึกคะนอง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2554
นายสงกานต์กล่าวว่า เมื่อตนรวบรวมพยานหลักฐานไว้เรียบร้อยแล้วจึงเดินทางไปยังวัดกลางเกร็ด โดยเข้าพบพระครูวินัยธรสมนึก สิทธิมโน เจ้าอาวาส เพื่อสอบถามและขอพบพระสงฆ์รูปดังกล่าว แต่เจ้าอาวาสระบุว่า หลังจากทราบเรื่องและตรวจสอบแล้วได้ให้พระรูปนี้ออกจากวัดไปเรียบร้อยแล้ว จากนั้นตนจึงตรวจสอบและเก็บภาพบริเวณจุดที่พระสงฆ์แสดงท่าทางและถ่ายภาพนำมาเปรียบเทียบเป็นภาพเชิงซ้อนก็พบว่าพระรูปนี้สูงประมาณ 170 ซม. ตรงกับภาพที่ได้มาก่อนหน้านี้ จึงยืนยันหลักฐานที่มีอยู่ได้อย่างชัดเจน
นายสงกานต์กล่าวต่อว่า เหตุที่ต้องลงบันทึกประจำวันไว้เพราะตนไม่อยากให้พระรูปอื่นๆ คิดจะเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และไม่ต้องการให้เป็นเยี่ยงอย่างเนื่องจากประชาชนทั่วไปที่ไม่ทราบเรื่องการทำแพลงกิ้ง หากได้เห็นภาพนี้อาจเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าพระรูปนี้สามารถลอยตัวได้ เป็นการอวดอุตริคุณวิเศษที่ไม่มีในตน ซึ่งต้องขาดจากความเป็นพระภิกษุ อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ตนได้เดินทางไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อร้องเรียนให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวแล้วด้วย
ด้าน ดร.อำนาจ บัวศิริ รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีเณรแต๋วนังพับเพียบไทยแลนด์ว่อนเน็ตว่า สิ่งที่สามเณรได้กระทำถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ซึ่งกรณีเณรแต๋วยอมรับว่า มีเป็นจำนวนมาก บางคนก็มีหัวคิด บางคนก็ชอบทำอะไรแผลงๆ เพราะยังเด็กอยู่ โดยเฉพาะเมื่อเณรแต๋วอยู่กับกลุ่มเพื่อนจะแสดงออกมาอย่างมาก ส่วนการเล่นอินเทอร์เน็ตหรือการโพสต์ภาพต่างๆ เชื่อว่า พระผู้ใหญ่พยายามกวดขัน แต่เทคโนโลยีสมัยนี้พัฒนาเร็วผลิตโทรศัพท์มือถือออกมามีขนาดเล็กพอใส่ย่ามพระผู้ใหญ่ก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าสามเณรมีมือถือหรือไม่ ขณะเดียวกัน การเล่นอินเทอร์เน็ตก็สามารถใช้แอร์การ์ดเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ สามเณรหรือพระสงฆ์ก็เล่นได้อย่างสบายภายในห้องพัก ซึ่งยอมรับว่า เป็นเรื่องยากที่จะติดตามได้ทั้งหมด แต่จะแจ้งเตือนไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองให้เตือนพระสงฆ์ สามเณรให้ดำรงตนอยู่ในสมณสารูปและอย่าโพสต์ภาพไม่เหมาะสมลงในอินเทอร์เน็ต
“เรื่องนี้เราห้ามยาก ดังนั้น ผมก็ขอให้พระภิกษุสงฆ์สามเณร ดำรงตนให้เหมาะสม ไม่อยากให้ทำตามกระแสทั้งแพลงกิ้ง พับเพียบไทยแลนด์ เป็นเรื่องของฆราวาสเขาทำกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก็คงจะต้องมีการตรวจสอบว่า สามเณรรูปดังกล่าวยังบวชอยู่หรือไม่ เพื่อจะได้แจ้งให้เจ้าคณะปกครองตักเตือนต่อไป” รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกล่าว
นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า เกี่ยวกับเรื่องพระที่ทำท่าแพลงกิ้งนั้น ขณะที่ต้องถือว่าได้รับการแก้ปัญหาไปแล้ว เพราะพระที่ทำท่าแพลงกิ้งตามที่เป็นข่าวนั้นก็ได้ถูกเจ้าอาวาสให้ออกจากวัดไปแล้ว อย่างไรก็ตามในเรื่องดังกล่าวทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีหนังสือแจ้งไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ทั่วประเทศ ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วหลังจากที่มีการเผยแพร่รูปพระแพลงกิ้งตามเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อแจ้งเตือนไปยังเจ้าอาวาสวัดต่างๆ ให้คอยกำชับพระ เณร ไม่ให้มีพฤติกรรมในการทำท่าแพลงกิ้ง เพราะถือว่าเสี่ยงอันตราย และหากเป็นพระ เณร ด้วยแล้วจะถูกมองว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะกับสมณเพศ การที่พระไปทำท่าในลักษณะดังกล่าวถือว่าไม่มีความเหมาะสม แต่ยืนยันว่าโทษไม่ได้หนักถึงขั้นต้องสึก แต่เจ้าอาวาสจะต้องคอยตักเตือนเท่านั้น



