
พุ่งเป้า10นิติบุคคลถือหุ้น"ดีแทค"พาณิชย์สาวลึกนอมินี-คาดรู้ผลสอบวันที่4ก.ค.นี้
พาณิชย์สอบนิติบุคคล 10 รายผู้ถือหุ้น "ดีแทค" เชิญตัวแทนทั้งทรู-ดีแทคให้ข้อมูล 23 มิถุนายนนี้ คาดคณะทำงานตรวจสอบเสร็จ 4 กรกฎาคมนี้ ชี้หากพบนอมินีถือหุ้นแทนต่างชาติ ต้องกล่าวโทษทั้งนอมินีและดีแทค ด้านผู้บริหารดีแทคพร้อมให้ข้อมูล
นายบรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะประธานคณะทำงาน ตรวจสอบข้อร้องเรียนการถือหุ้นในบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ที่ถูกระบุว่าเป็นบริษัทต่างด้าว กล่าวว่า จากการตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นของดีแทคที่มีการถือหุ้นซ้อนกันถึง 5 ชั้นนั้น เบื้องต้นพบว่าในจำนวนบริษัทต่างด้าวที่ถือหุ้นดีแทคที่ระบุในทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นสัดส่วน 49% มีบริษัทอยู่ 1 รายคือ บริษัท เทเลนอร์ เอเชีย จำกัด (สิงคโปร์) มีการถือหุ้นในสัดส่วนที่สูงถึง 40%
ทั้งนี้ ในจำนวนบริษัทไทยที่ถือหุ้นในดีแทค ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 51% นั้น พบว่ามีจำนวน 1 บริษัทที่ถือหุ้นในสัดส่วนสูงถึง 23% คือ บริษัท ไทยเทลโค โอลดิ้งส์ จำกัด โดยระบุว่าเป็นบริษัทของคนไทย รวมไปถึงการถือหุ้นของบริษัท ตั๊กวู โฮลดิ้ง จำกัด ที่จดทะเบียนที่เกาะบริติชเวอร์จิน และนิติบุคคลอื่นอีก 7 บริษัทที่มีการถือหุ้นในลักษณะดังกล่าว ดังนั้น คณะทำงานจึงจะเข้าไปตรวจสอบการถือหุ้นของทั้ง 10 นิติบุคคลดังกล่าวอย่างละเอียดต่อไป
“ขณะนี้ได้ออกหนังสือเชิญตัวแทนดีแทคและทรูคอร์ปอเรชั่น มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่คณะทำงานที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ รวมทั้งได้ส่งหนังสือเชิญไปยังนิติบุคคล 10 ราย ข้างต้นให้เข้ามาให้ข้อมูลด้วย" นายบรรยงค์กล่าวและว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีประเด็นที่สอดคล้องกับรายงานผลการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการสื่อสารและโทรคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ในหลายประเด็น คาดว่าคณะทำงานจะตรวจสอบการถือหุ้นของดีแทคแล้วเสร็จ และนำเสนอคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พิจารณาได้ในภายในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้
อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบพบว่ารายใดรายหนึ่ง เป็นนอมินีและมีการถือหุ้นแทนต่างชาติ เพื่อให้มีสถานะเป็นบริษัทไทย จะส่งผลกระทบทำให้ดีแทคเป็นบริษัทต่างด้าวทันที โดยกรมพัฒนาธุรกิจจะต้องเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อดำเนินคดี ตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยจะสั่งฟ้องทั้งบริษัทดีแทค และนอมินีที่ถือหุ้นแทน โดยจะมีโทษ ตามมาตรา 36 และ 37 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 1 แสนถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลจะสั่งให้เลิกกิจการถ้าฝ่าฝืนจะมีโทษปรับวันละ 1-5 หมื่นบาท จนกว่าจะปิดกิจการ
ด้านแหล่งข่าวระดับสูงในบริษัทดีแทค กล่าวว่า ดีแทคได้เตรียมความพร้อมในทุกเรื่องที่จะเข้าหารือกับกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงทรูโดยผู้บริหารทั้งเทเลนอร์ และดีแทคยืนยันว่า การเข้ามาประกอบธุรกิจโทรคมนาคมในไทย กระทำอย่างถูกต้องตามกรอบของกฎหมายไทย โดยจะส่งตัวแทน ซึ่งอาจเป็นฝ่ายกฎหมายเข้าไปหารือ แทนนายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ซีอีโอ



