
ผู้ว่าฯกทม.หน้า 1 อี 5 ปรู๊ฟเฉพาะตัวเล็ก
11 ธ.ค. 2551
ผู้ว่าฯกทม.หน้า 1 อี 5 ปรู๊ฟเฉพาะตัวเล็ก
แก้วสรร-"แซม"ยุรนันท์
สมัครผู้ว่าฯกทม.4ธ.ค.
รับสมัครผู้ว่าฯ กทม.วันที่สี่เงียบเหงา ไร้เงาผู้สมัครเพิ่ม "แก้วสรร-" ยื่นใบสมัคร 4 ธ.ค. พรรคเพื่อไทยมีมติส่ง "แซม" ยุรนันท์ ลงชิง ขณะที่ "ปลัด กทม." พร้อมจัดเลือกตั้งซ่อม ส.ส.-ผู้ว่าฯ กทม.วันเดียวกัน
+++++++++++
บรรยากาศการรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า วันที่สี่เงียบเหงา ไม่มีผู้สมัครเพิ่มเติมจากเดิม 9 คนที่สมัครตั้งแต่วันแรก
นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวว่า จะมาสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในวันที่ 4 ธันวาคม เวลา 09.00 น. และจะแถลงเปิดตัวและนโยบายในเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานส่วนตัว บริเวณถนนราชดำเนิน ข้างสภาทนายความ
พรรคเพื่อไทยส่ง "แซม" ชิงผู้ว่าฯ
ด้าน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.อดีตพรรคพลังประชาชน ในฐานะโฆษกภาค กทม.ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมภาค กทม.ว่า ที่ประชุม ส.ส.ภาค กทม.มีมติว่า พร้อมจะส่งผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. คือ นายยุรนันท์ ภมรมนตรี อดีต ส.ส.กทม.และอดีตที่ปรึกษา รมว.ศึกษาธิการ มีประสบการณ์งานด้านสังคม เป็นนักการเมืองที่มีความรู้ ความสามารถ เคยทำงานใน กทม.และเป็นที่รู้จักของชาว กทม.ดี ซึ่งมีความเหมาะสมที่สุด นายยุรนันท์จะเดินทางไปสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 4 ธันวาคม พร้อมจะแถลงข่าวเปิดตัวทีมงานต่อไป
ด้านนายยุรนันท์กล่าวว่า พร้อมลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรคเพื่อไทย หากที่ประชุมพรรคมีมติส่งเป็นตัวแทนลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยจะมาสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 4 ธันวาคม
นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตกรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมเข้าร่วมทีมงานด้วย และมีรายงานด้วยว่า คุณหญิงณัษฐนนท ทวีสิน อดีตปลัด กทม.ได้เสนอตัวเข้าร่วมในทีมงานด้วย
กทม.พร้อมเลือกซ่อมส.ส.-ผู้ว่าฯ 11 ม.ค.
นายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัด กทม. เปิดเผยถึงการจัดเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แทน ส.ส.ที่หมดสมาชิกภาพเมื่อศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบ 3 พรรคการเมือง ในวันที่ 11 มกราคม 2552 ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนด ซึ่งเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่า ไม่น่าจะมีปัญหาแต่อย่างใด อาจจะเกิดผลดีในส่วนที่ส่งผลให้ประชาชนมาใช้สิทธิมากกว่าการเลือกตั้งกันคนละวัน เพราะไม่ต้องมาใช้สิทธิเลือกตั้งหลายครั้ง ซึ่งอาจจะทำให้เบื่อการเลือกตั้ง แต่ในส่วนการจัดการเลือกตั้งนั้น กทม.อาจมีภาระมากขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่ก็พร้อมจะจัดการเลือกตั้ง
ปลัด กทม.กล่าวอีกว่า ในส่วนของ กทม.มีการเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่เขต 10 ราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ บางขุนเทียน บางบอน เพียงเขตเดียว ซึ่งประชาชนต้องตรวจสอบรายชื่อให้ดี เนื่องจากการเลือกตั้งส.ส.และผู้ว่าฯ กทม.นั้น รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งค่อนข้างจะแตกต่างกัน เพราะการเลือกตั้ง ส.ส.ผู้ใช้สิทธิต้องมีรายชื่อในพื้นที่เพียง 90 วัน แต่การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ผู้มีสิทธิต้องมีรายชื่ออยู่ในพื้นที่ถึง 1 ปี ทำให้บางคนมีสิทธิเลือก ส.ส.แต่ไม่มีสิทธิเลือกผู้ว่าฯ กทม. ส่วนจุดเลือกตั้งนั้น คงจะต้องแยกจุดกันเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน
ขณะที่ สถานีโทรทัศน์เนชั่นแชนแนล ได้จัดรายการ "คม ชัด ลึก" ในหัวข้อ "เปิดตัวเต็งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม." โดยเชิญ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 2 พรรคประชาธิปัตย์, ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือ คุณปลื้ม ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.หมายเลข 8 และนายแก้วสรร อติโพธิ ซึ่งจะเดินทางมาสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในวันที่ 4 ธันวาคม มาร่วมรายการ
ม.ล.ณัฏฐกรณ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ถอนตัวไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ครั้งที่ผ่านมา เพราะผลสำรวจของโพลล์คะแนนของนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. มีคะแนนที่สูงมาก ประกอบกับมีเงินจำกัด และถ้าลงสมัครในครั้งนั้นก็คงไม่ได้ลงสมัครในครั้งนี้ และคิดว่าครั้งนี้คนกรุงเทพฯ ต้องการทางเลือกใหม่
"การเลือกตั้งครั้งนี้คนไม่มีศรัทธากับการเมือง ผมอยากเป็นความหวังใหม่ให้คนกรุงเทพฯ เพราะผมไม่พึ่งทุนนอก ไม่มีทุนสนับสนุนจากพรรคการเมือง และไม่มีหัวคะแนนทุกอย่างเป็นเงินส่วนตัวของผมทั้งหมด ขณะนี้ยังไม่มีทีมงานรองผู้ว่าฯ กทม. มีแต่ทีมงานหาเสียง ซึ่งจะเน้นทางสื่อสิ่งพิมพ์และอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก ส่วนนโยบายจะค่อยนำมาเผยแพร่เรื่อยๆ ซึ่งขณะนี้มีอยู่ 19 ข้อ"" คุณปลื้มกล่าว
ส่วนที่คุณปลื้มออกมาวิพากษ์วิจารณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยซึ่งอาจจะมีผลลบต่อการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ในครั้งนี้ คุณปลื้มกล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่าการกระทำของกลุ่มพันธมิตรผิดกฎหมาย ถ้า นปช.ยึดสนามบินก็จะประณามเหมือนกัน และที่ออกมาพูดไม่ใช่ต้องให้เกิดการแตกแยก แต่การกระทำที่ไม่ถูกต้องก็ต้องกล้าบอก ถ้าจุดยืนทางการเมืองไม่ตรงกับตนก็ไม่ต้องเลือกตน
ม.ล.ณัฏฐกรณ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถึงเวลาคนกรุงเทพฯ อย่านอนหลับทับสิทธิ และอยากให้กลุ่มเยาวชนที่เพิ่งจะมีสิทธิเลือกตั้งออกมาใช้สิทธิมากๆ เพราะเชื่อว่าถ้าคนออกมาใช้สิทธิมากกว่าครั้งที่แล้วเพียง 5 แสนคนก็เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแล้ว
ด้าน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า การเมืองระดับชาติชาติต้องพักไว้ก่อน ถ้าไม่ตั้งใจไม่ออกจาก ส.ส. และสนใจงาน กทม.มานานแล้ว เคยเป็นทีมงานของอดีตผู้ว่าฯ กทม. สมัยดร.พิจิตต รัตตกุล เห็นว่าอายุ ความสดน่าจะอยู่ที่ใจและความมุ่งมั่น ตนไม่ต้องการทะเลาะกับใคร คุณปลื้มกับตนก็เป็นญาติกันแต่ไม่เคยคุยกัน เห็นว่าการเมืองต้องการคนมีคุณภาพ งานหลัก กทม.เน้นบริการ แต่ผู้ว่าฯ เป็นมากกว่าบริกร เป็นนายกรัฐมนตรีง่ายกว่าผู้ว่าฯ กทม. เพราะนายกฯ มีอำนาจเต็มที่ ผู้ว่าฯ มีหน้าที่มากกว่าอำนาจหน้าที่อำนาจไม่สมดุลกัน คนเป็นผู้ว่าฯ จึงยาก เพราะบริหารและบริการต้องควบคู่กัน
"ผมลงเลือกตั้งครั้งนี้ไม่คิดว่าคะแนนคุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคจะมาเทคะแนนให้ ผมลงสมัครเพื่อทำคะแนนของผมเอง แนวคิดผมเอง แต่ก็มีสิทธิที่จะต่อยอดนโยบายที่ดี และไม่เคยคิดแบ่งประชาชนเป็นของใคร การแนะนำตัวที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและคุณอภิรักษ์เป็นกระบวนการของพรรค แต่คนกรุงเทพฯรู้จักผมดีและคิดว่าคนส่วนใหญ่รู้จักผมดี ผมไม่ต้องการพี่เลี้ยง ผมตัดสินใจเองได้แต่ที่มีทีมงานเพราะเป็นกระบวนการของพรรค" คุณชายสุขุมพันธุ์ กล่าว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า หากได้เป็นผู้ว่าฯ จะเน้นการอัดฉีดเงินงบประมาณให้เร็วขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เน้นเรื่องความปลอดภัย เพิ่มพื้นที่สีเขียว ส่งเสริมกิจกรรมในครอบครัวหรือชุมชน และยืนยันว่าการลงสมัครครั้งนี้ไม่ได้ลาออกจาก ส.ส.มาเพื่อแพ้ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าใครจะชนะ
ส่วน นายแก้วสรรกล่าวว่า ลงสมัครครั้งนี้มีกลุ่มกรุงเทพฯ ใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนเดือนตุลาฯ มาร่วมทำงานด้วย จะเน้นเรื่องเด็กและสิ่งแวดล้อม ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.จะขอเวลา 2 ปี จะทำให้เห็น 2 ข้อ คือ 1.ผู้บริหารต้องไม่กิน 2.ต้องรู้จักปฏิรูประบบจัดซื้อจัดจ้าง ถ้าตนได้เป็นฝ่ายบริหารจะทำให้เห็น จึงอยากทำงานให้โปร่งใส เพราะมีทีมงานพร้อมแล้ว
"เราไม่มีสิทธิไปแบ่งประชาชนว่าสีอะไร ถ้าลงเล่นการเมืองก็ไม่ควรเอาเรื่องสีมาเล่น ที่ผมสมัครเพราะบ้านเมืองวิกฤติ บ้านเมืองจะรอดได้ เพราะคนทำงาน แต่ตอนนี้ต้องเริ่มจากกทม." นายแก้วสรรกล่าว
นายแก้วสรรกล่าวว่า กลุ่มที่จะสนับสนุนอายุประมาณ 30 ปี ขึ้นไป ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนทำงาน ไม่ชอบการทุจริต คนที่ถูกรังแกเอาเปรียบ ผู้สมัครแต่ละคนมีจุดดึงดูดต่างกัน การเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ที่การนำเสนอปัญหาที่แทงใจดำและสามารถทำได้ตามคำสัญญา และถ้าได้เป็นผู้ว่าฯ จะมีทีมงานนายขวัญแก้ว อติโพธิ ครูมนตรี สินทวิชัย เป็นต้น ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้เราต้องการสร้างสรรค์เรามีเจ้านายคนเดียวกันคือประชาชน
นายแก้วสรรยอมรับว่า การลงสมัครรับเลือกตั้งในนามอิสระเหนื่อยกว่าการลงสมัครโดยพรรค แต่มีความเป็นอิสระ เคยทำงานเป็น ส.ว. ผลงานย่อมเข้าตาบ้างอย่างน้อยก็ 2 แสนคะแนนน่าจะได้ ถ้าลงสมัครก็คิดว่าน่ามีสิทธิ์ลุ้นและคิดว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของใครได้ และคิดว่าไม่มีใครกดปุ่มให้คนกทม.ทำอะไรได้ ส่วนนโยบายมุ่งเมืองความสุข เมืองสะอาด เมืองแห่งโอกาสทำมาหากิน ส่วนการเลือกตั้งครั้งนี้คิดว่าคนมาใช้สิทธิ์เท่าเดิมคือ 40% ก็พอใจแล้ว



