ไลฟ์สไตล์

ภาวะสมองเสื่อม

ภาวะสมองเสื่อม

22 มิ.ย. 2554

สมองเสื่อม คือความถดถอยในการทำงานของสมอง ซึ่งเกิดจากการฝ่อ ล้มเหลว หรือสูญเสียเซลล์ประสาทกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แล้วลุกลามไปยังสมองส่วนอื่นๆ โดยความเสื่อมถอยจะดำเนินแบบค่อยเป็นค่อยไป บางครั้งอาจกินเวลา 10-15 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดอาการ ซึ่งจำแนกจากตำแหน่งที่เกิดค

 อัลไซเมอร์ เป็นความเสื่อมถอยของสมองส่วนกลีบข้าง (Hippocampus) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการจดจำข้อมูลต่างๆ และช่วยให้สมองนำข้อมูลต่างๆ ไปประมวลผลในกระบวนการคิดต่อไป ดังนั้นเมื่อเซลล์สมองส่วนนี้ฝ่อลง หรือถูกทำลายไป ผู้ป่วยจึงสูญเสียความสามารถในการจดจำ โดยเฉพาะความจำระยะสั้น และไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ หรือการเสื่อมของเซลล์สมองส่วนหน้า (Frontotemporal dementia) ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาด้านพฤติกรรม และสูญเสียความสามารถทางภาษา เป็นสาเหตุของการพูดตะกุกตะกัก หรือใช้คำสื่อความหมายไม่ถูกต้อง เป็นต้น

ปัจจัยภายในคือตัวกำหนด
 สาเหตุหลักของภาวะสมองเสื่อมคือ อายุ และ พันธุกรรม โดยมีค่าสถิติยืนยันได้ว่า ความหนาแน่นของผู้ป่วยจะผันแปรตามกลุ่มอายุที่มากขึ้น รวมถึงผู้ได้รับกรรมพันธุ์ภาวะสมองเสื่อมจากครอบครัว จะมีแนวโน้มเป็นได้มากกว่าคนทั่วไป ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านจากรุ่นสู่รุ่น จะยิ่งสะสมความเสี่ยงทบเท่า ทำให้คนรุ่นต่อๆ ไปมีโอกาสเป็นได้มากกว่าเดิม
 ภาวะสมองเสื่อม ส่วนที่เกิดจากปัจจัยภายนอกที่พบนับว่ามีจำนวนน้อย เช่น กลุ่มที่เกิดจากหลอดเลือดสมองตีบตัน (Vascular dementia) ซึ่งมีสาเหตุจากความดัน ไขมัน หรือน้ำตาลในเลือดสูง สำหรับในกลุ่มนี้ สามารถป้องกันโดยการควบคุมอาหาร โดยเฉพาะน้ำตาลและไขมัน กินยาสม่ำเสมอ ดูแลร่างกายให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย จะช่วยลดความเสี่ยงได้

อาการและระยะอาการ
 กลุ่มอาการรุนแรงน้อย เริ่มสูญเสียความจำระยะสั้นชัดเจน จนส่งผลกระทบต่อการทำงาน หรือการใช้ความคิดที่ซับซ้อน กลุ่มนี้ยังช่วยเหลือตัวเองได้มาก สามารถรับผิดชอบชีวิตประจำวันง่ายๆ เช่น หุงหาอาหาร อาบน้ำ ซักผ้า หรือเดินทางคนเดียว
 กลุ่มอาการรุนแรงปานกลาง ความผิดปกติเริ่มเห็นได้ชัดจากอาการสับสน สูญเสียความสามารถในการกำหนดเป้าหมาย และจดจำทิศทาง จึงจำเป็นต้องมีผู้ดูแลเวลาเดินทาง หรือช่วยในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันบางอย่างที่มีขั้นตอนซับซ้อน
 กลุ่มอาการรุนแรงมาก สูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวของระบบกล้ามเนื้อ เช่น เดินเองไม่ได้ ทำให้ต้องพึ่งพาญาติ หรือคนดูแลในทุกกิจกรรม และกิจวัตรประจำวันตลอดเวลา ตั้งแต่การแปรงฟัน อาบน้ำ สวมเสื้อผ้า จนถึงรับประทานอาหาร การเคลื่อนไหวร่างกายจะน้อยลงเรื่อยๆ จนในที่สุดทำได้แค่นอนนิ่งๆ ตลอดทั้งวัน

การรักษาดูแล
 วิธีการรักษา หรือดูแลเน้นที่การประคับประคองให้ความสามารถทางสมองของผู้ป่วยยังดำเนินต่อไปได้ โดยไม่ได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงการดำเนินโรค หลังจากนั้นผู้ป่วยจำเป็นต้องมีผู้ดูแล (Caregiver) ที่ให้ความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะบุคคลในครอบครัวที่ต้องเข้าใจลักษณะอาการและสภาวะจิตใจของผู้ป่วย เพราะการดูแลประคับประคองที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยผู้ป่วยได้มากในด้านจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้สามารถตรึงระดับอาการไว้ได้นานที่สุด
 ภาวะสมองเสื่อม ถือเป็นปัญหาสำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจ และความร่วมมือจากคนใกล้ชิด ในการประคับประคองดูแล และสร้างสภาพจิตใจที่ดีให้แก่ผู้ป่วย เพื่อชะลอความเสื่อมถอยของสมองให้ดำเนินช้าที่สุด
 แม้ว่าเรื่องของอายุและกรรมพันธุ์ จะเป็นสิ่งที่ไม่อาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ แต่การป้องกันตนเองให้พ้นจากความเสี่ยงเราสามารถทำได้ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่าง เช่น การเลือกรับประทานอาหาร งดเว้นการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา หรือใช้ยาเสพติดที่จะส่งผลต่อการทำลายสมองโดยตรง รวมถึงการพักผ่อน ออกกำลังกายที่เหมาะสม
 เหล่านี้จะช่วยชะลอการเสื่อมถอยได้ ส่วนการตรวจคัดกรองสามารถช่วยได้ในเรื่องการติดตามระยะอาการในอนาคต ซึ่งผลการทดสอบที่ต่อเนื่องจะทำให้แพทย์กำหนดคาดเดาได้ว่า ผู้เข้ารับการตรวจมีแนวโน้มต่อการเกิดภาวะความจำเสื่อมได้มากน้อยอย่างไร หรือที่บริเวณใดของสมอง เพื่อให้ผู้ป่วยพร้อมเผชิญหน้ากับปัญหาที่จะเกิดขึ้น ดำรงชีวิตปกติได้ยาวนาน และพยุงอาการให้ดำเนินช้าที่สุด ไม่เป็นภาระของคนรอบข้าง และยังรู้สึกถึงคุณค่าในตัวเอง
นพ.อิทธิพล ตะวันกาญจนโชติ
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
โทร.0-2667-1000