
สพฐ.ประเมินNTชี้วิชาหลักปี53สูงขึ้นกว่าปี52
สพฐ.ประเมิน NT เผยวิชาหลักปี 53 สูงขึ้นกว่าปี 52 โดยเฉพาะด้านการอ่าน-เขียน-คิด ป.3 และ ป.6 สูงขึ้น ชี้เหตุคะแนนร.ร.ขนาดเล็ก-ใหญ่พิเศษสูงกว่า ร.ร.ขนาดกลาง-ใหญ่ แจงดูแลทั่วถึง ปลื้มเขตพื้นที่ฯ ภาคอีสาน ติดอันดับกลุ่มทำคะแนนดี
(21มิ.ย.) นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผย ว่า ที่ประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) วิเคราะห์ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งชาติ (National Test : NT) ปีการศึกษา 2553 ที่จัดประเมินในระดับประถมศึกษาปีที่ 3 และปี 6 โดยระดับป.3 สพฐ.ทำการประเมินผลสัมฤทธิ์ใน 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้หลัก ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และประเมินผลภาคปฏิบัติการอ่าน การเขียน และคิดคำนวณ ส่วนระดับป.6 ประเมินผลคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และประเมินภาคปฏิบัติการอ่านคล่อง การเขียนคล่อง และคิดโจทย์แก้ปัญหา
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมพบว่าผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนทั้ง 2 ระดับมีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าปี 2552 ส่วน ผลการประเมิน ปีการศึกษา 2553 ระดับป.3 วิชาภาษาไทย คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 50.95 ซึ่งสูงกว่าปีการศึกษา 2552 คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 45.61 วิชาคณิตศาสตร์ คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 52.74 สูงกว่าปีการศึกษา 2552 คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 47.73 และวิชาวิทยาศาสตร์ คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 49.22 สูงกว่าปีการศึกษา 2552 คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 38.96 ส่วนการประเมินการอ่าน การเขียน และการคิดนวณ พบว่า ผลการประเมินการอ่าน คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 84.35 ซึ่งสูงกว่าปีการศึกษา 2552 ที่คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 84.23 เล็กน้อย ด้านการเขียน คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 62.06 สูงกว่าปีการศึกษา 2552 คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 57.94 และด้านการคิดคำนวณ คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 61.61 สูงกว่าปีการศึกษา 2552 คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 53.36
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวต่อว่า ระดับป.6 ประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านวินัย คะแนนสูงสุดร้อยละ 89.00 รองลงมาคือด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ร้อยละ 85.55 ด้านซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 83.54 รักความเป็นไทย ร้อยละ 80.33 ใฝ่รู้ ร้อยละ 76.95 มีจิตสาธารณะ ร้อยละ 76.38 มุ่งมั่นในการทำงาน ร้อยละ 75.04 และอยู่อย่างพอเพียง ร้อยละ 68.72 ส่วนการประเมินการอ่านคล่อง คะแนนเฉลี่ยร้อยละ 81.14 สูงกว่าปีการศึกษา 2552 ร้อยละ 76.48 ด้านการเขียนคล่อง คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 66.74 สูงกว่าปี 2552 ร้อยละ 61.77 และการประเมินด้านการแก้โจทย์ปัญหา คะแนนเฉลี่ย ร้อยละ 53.27 สูงกว่าปีการศึกษา 2552 ร้อยละ 21.56 ทั้งนี้ สพฐ.ยังทำการวิเคราะห์ผลประเมินโดยจำแนกตามขนาดของโรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนขนาดเล็ก นักเรียนต่ำกว่า 150 คนลง ขนาดกลาง 151-500 ขนาดใหญ่ 501-1500 และขนาดใหญ่พิเศษ 1,501 คนขึ้นไป พบว่า ทั้ง 3 กลุ่มสาระวิชานั้น โรงเรียนขนาดเล็กและขนาดใหญ่พิเศษมีค่าคะแนนเฉลี่ยสูงกว่ามาตรฐานที่ สพฐ.กำหนด ขณะที่ โรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่มีค่าคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่ามาตรฐาน เมื่อจำแนกเป็นรายเขตพื้นที่การศึกษา พบว่าปีนี้หลายเขตพื้นที่ฯ มีกลยุทธ์ขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาชัดเจน และยังพบว่าปีนี้เขตพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการพัฒนาจนติดอันดับต้น ๆ ของเขตพื้นที่ซึ่งทำคะแนนได้ดีในทั้ง 3 กลุ่มสาระวิชา เช่น ร้อยเอ็ด เขต 2 อุดรธานี เขต 4 มหาสารคาม เขต 1,2 เป็นต้น ส่วนเขตพื้นที่ฯ ที่ประสบปัญหาคะแนนยังต่ำส่วนมากอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และอยู่ตามแนวชายแดน
นายชินภัทร กล่าวต่อว่า สิ่งที่ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กและขนาดใหญ่พิเศษทำคะแนนดีขึ้นมากคาดว่ามีปัจจัยที่ส่งเสริมและสนับสนุน เช่น โรงเรียนขนาดเล็กเมื่อมีจำนวนเด็กน้อยครูจึงสามารถดูแลเด็กได้ทั่วถึง ขณะที่โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษก็มีศักยภาพและทรัพยากรเอื้อต่อการพัฒนาประกอบกับในปี 2553 ได้รับงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็ง ระยะที่ 2 หรือ SP2 จัดสรรเพิ่มเติมด้วย อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าภาพรวมการพัฒนาคะแนนกระเตื้องขึ้นมาก ตามที่สพฐ.ตั้งเป้าว่าจะต้องให้เด็กอ่านออกเขียนได้ ซึ่งจากนี้ สพฐ.จะทำการคัดเลือกเขตพื้นที่ฯ 10 อันดับที่พัฒนาได้ดีเพื่อเป็นแบบอย่างการพัฒนาต่อไป นอกจากนั้น ยังหารือเรื่องการนำคะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ตไปใช้ ในการคัดเลือกนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ ม.4 เบื้องต้นคาดว่าจะใช้กับโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงก่อน และจะเริ่มใช้ในสัดส่วนที่น้อยประมาณ 10% แต่สัดส่วนดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อสรุปโดย สพฐ.จะหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในเดือนกรกฎาคมและคาดว่าจะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณาได้ในเดือนส.ค.นี้



