
"อี.โคไล"ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
ในช่วงที่ผ่านมาทั่วโลกตื่นกับข่าวเชื้ออี.โคไล ปนเปื้อนในสินค้าเกษตร หลังจากที่มีข่าวว่าเชื้ออี.ไคโล 104 คร่าชีวิตชาวเยอรมันที่กินถั่วงอกอย่างน้อย 30 ราย ติดเชื้ออีกราว 3,000 ราย
บ้านเราก็ตื่นข่าวนี้เช่นกันครับ มีการตรวจสอบสินค้าเกษตรที่มาจากยุโรป และที่น่าตื่นเต้น ตอนที่ตรวจพบว่า มีเชื้ออี.โคไลในกะหล่ำปลีปม ที่นำเข้าจากประเทศเบลเยียม รวมถึงอโวคาโดด้วย ซึ่งล่าสุด นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ยืนยันว่า ผลการตรวจจพบเป็นเชื้ออี.โคไล ปกติและไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด
มีหลายท่านโทรศัพท์มาถามว่า อี.โคไล มาปนเปื้อนกับสินค้าเกษตรได้อย่างไร แบบไหนมีอันตรายและไม่มีอันตราย ซึ่งผมเองยอมรับว่า ขาดความรู้เรื่องรายอะเอียด แต่ก็รับปากว่าจะค้นหาข้อมูลมาเสนอให้ จึงมีการค้นคว้ามาจากหลายๆ แหล่ง รวมถึงสอบถามผู้รอบรู้เกี่ยวกับวงการเกษตร อย่าง รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนันสนุนงานวิจัย (สกว.) ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ หน้าเกษตรคมชัดลึกด้วย จึงได้ข้อมูลพอที่จะนำมาเสนอได้
เชื้ออี.โคไล หรือ อ.โคลาย-(อี.โลไล) หรือ Escherichia เป็นแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่มีในร่างกายมนุษย์และสัตว์อยู่แล้ว จะอาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ เสมือนหนึ่งว่าเป็นส่วนประกอบที่อยู่กับของเสียหรือกากอาหารในลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ยังพบในมูลสัตว์ ปุ๋ยคอก น้ำปนเปื้อนเชื้อจากคอกสัตว์ เนื้อดิบ นมดิบ แหล่งน้ำ ส่วนใหญ่มีอันตราย แต่ที่ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ เยื้อหุ้มสมองอักเสบ อาการท้องร่วง และทำให้เกิดอาการช็อกที่เยอรมนีมีชื่อว่า '0104 : H4' หรือ STEC (Shiga toxin-producing Escherichia coli) หรือที่เรียกง่ายว่า" อี.โคไล 104" นั้นเป็นอี.โคไล กลายพันธุ์
อาจารย์พีรเดช ให้ข้อสังเกตว่า เมื่ออี.โคไล อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ของมนุษย์และสัตว์ปะปนอยู่กับของเสียที่เป็นกากอาหาร เมื่อมนุษย์หรือสัตว์ขับถ่ายออกมา จึงพบในมูลสัตว์ ปุ๋ยคอก น้ำปนเปื้อนเชื้อจากคอกสัตว์ เนื้อดิบ นมดิบ เมื่อนำปุ๋ยคอก หรือมูลสัตว์เหล่านี้ไปทำปุ๋ย (อินทรีย์) เชื้อ อี.โคไล ไปติดอยู่กับผลผลิตทางการเกษตร อาทิ ถั่วงอก กะหล่ำปลี และผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ
เรื่องของเรื่องก็คือว่า ตอนที่เชื้ออี.โคไล อยู่ในร่างกายคนและสัตว์จะอยู่ในสถานะของแวดล้อมอีกรูปแบบหนึ่ง แต่พอออกจากร่างกายมนุษย์หรือสัตว์ จะอยู่อีกสถานะของแวดล้อมที่เปลี่ยนไปบนผิวโลก เชื้ออี.โคไล ก็มีสิทธิ์ที่จะพัฒนาการเพื่อความอยู่รอด
ตรงนี้แหละครับที่มีความเป็นได้ไปที่เชื้ออี.โคไล จะกลายพันธุ์ได้ เมื่อคนไปรับประทานผลผลิตทางการเกษตรที่มีเชื้ออี.โคไล ที่กลายพันธุ์ปนเปื้อน และปรุงไม่สุก เมื่อกลืนลงไปเชื้อจะไปติดตามกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก รวมถึงลำไส้ใหญ่ จะฟักตัว 3-8 วัน ซึ่งเชื้อส่วนหนึ่งอาจออกจากร่างกายด้วยการขับถ่าย แต่เชื้อส่วนที่หลงเหลือจะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้ เช่นเกิดภาวะไตเสื่อม เกิดจากเซลล์เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย จนถึงขึ้นช็อก และเสียชีวิตได้
อย่างไรก็ตาม หากมีการทำความสะอาดด้วยการล้าง หรือนำพืชผัก-ผลไม้ รวมถึงเนื้อสัตว์และนมปรุงให้สุกเสีย ก็ไม่มีปัญหา และปลอดภัยจากเชื้ออี.โคไล ครับ !
"ดลมนัส กาเจ"



