ไลฟ์สไตล์

 ชะตาชาติอยู่ในมือคนไทย

ชะตาชาติอยู่ในมือคนไทย

22 มิ.ย. 2554

การเลือกตั้งใหญ่ซึ่งจะเกิดมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ นี้ เป็นวัน “พิสูจน์ใจและความรู้สึกนึกคิดของชาวประชา และเป็นวันกำหนดชะตาบ้านเมือง”

  นับจากวันนี้ เหลือเวลาอีก ๑๓ วัน ก็จะถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศ ช่วงนี้ถ้าเป็นนักมวยชกบนเวที ปี่กลองก็เริ่มเร่งจังหวะให้นักมวยรู้ตัว และเข้าทำคะแนนเพื่อชัยชนะ

 นักการเมืองก็เช่นเดียวกัน ใช้กลยุทธ์สารพัดรูปแบบ อันประกอบด้วย ยุ ยอ ลวง ล่อ ขอ ขู่ ข่ม การเลือกตั้งครั้งนี้ประเทศชาติ ประชาชน  นักการเมือง อยู่ในฐานะจำเลยของประเทศที่เป็นระบอบประชาธิปไตย พฤติกรรมของพรรคการเมือง นักการเมือง ประชาชน รวมทั้ง คมช. ถูกจับตาพฤติกรรมด้วยนักข่าว องค์กรต่างๆ  จึงขอให้ทุกฝ่ายรู้ตัวว่า พวกเรา

 ถูกจับตาดูโดยต่างประเทศ
 ถูกตั้งข้อสังเกตโดยองค์กรต่างชาติ
 ก็แล้วองค์กรต่างประเทศและชาวต่างชาติเขาจับตาดูอะไรในการเลือกตั้งครั้งนี้บ้าง คำตอบก็คือ...
 จับตาดูการทุจริต
 จับตาดูการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง
 จับตาดูการเลี่ยงกฎหมายเลือกตั้ง
 จับตาดูผู้อยู่เบื้องหลังแต่ละพรรค
 จับตาดูความรักในชาติบ้านเมือง
 จับตาดูความไม่รู้เรื่องระบอบประชาธิปไตย

 การจับตาดูอย่างละเอียดยิบด้วยกล้องโทรทัศน์ที่สามารถถ่ายทอดได้อย่างฉับพลันทันทีย่อมประจักษ์ต่อสายตาของชาวโลก หากมีอะไรผิดพลาด การเลือกตั้งครั้งนี้จะถูกประจานทั่วโลกให้เกิดความอับอายขายหน้า

 จึงควรที่ทุกฝ่ายจะต้องรักษาหน้าของประเทศชาติของเราไว้ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ของการเลือกตั้งให้มีการอ้างถึงในด้านไม่ดีทุกครั้งไป

 การเลือกตั้งจะเป็นไปได้อย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม นำความเจริญมาสู่บ้านเมืองนั้น ทั้ง ๓ ส่วนมีความสำคัญอย่างยิ่ง คือ พรรคการเมือง   นักการเมือง ประชาชนผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้ง ทั้ง ๓ ฝ่ายจะต้องทำหน้าที่ให้ถูกต้อง คือ...
  เลือกคนดีคนเก่งเข้ามาเป็นตัวแทน
 เลือกลงคะแนนอย่างกล้าหาญและชาญฉลาด
 นั่นหมายความว่า...
 พรรคการเมืองและผู้สมัครต้องมีปณิธาน
 ผู้เลือกต้องกล้าหาญและชาญฉลาด
 สำหรับผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งพึงตระหนักดังนี้
  มีใจรักถิ่นฐาน
 มีจิตวิญญาณรักชาติ
 ปราศจากอคติ
 มีวิจารณญาณ

 ก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง มองมือของตนเองเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเอาใจอันประกอบด้วยมโนธรรมสำนึกถามมือตนเองว่า...จะเลือกโจรเข้ามาปล้นชาติ...หรือ...จะเลือกนักปราชญ์เข้ามาบริหารบ้านเมือง

"พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ)"