
ไหว้ขอลูกแบบ จับเตียงเจ้าแม่ ที่ฮ่องกง ตอนจบ
ก่อนอื่นต้องเฉลยต่อจากครั้งก่อนถึงการไหว้ปัดสะเดาะเคราะห์ของผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ที่ไม่สบายจากช่วงปีชงแล้วไปงานศพ ซึ่งมีลูกจีนไม่น้อยที่ค่อนข้างถือธรรมเนียมว่า ช่วงชงไม่ไปงานศพ เพราะเป็นช่วงที่เราดวงอ่อน อาจถูกวิญญาณเร่ร่อนฉวยโอกาสที่เราดวงกำลังอ่อนแรง อาจทำใ
ของเรามักเป็นการแค่ไปไหว้เจ้า, ปัดสะเดาะเคราะห์, พรมน้ำมนต์, ทำบุญแล้วเผากระดาษเงินกระดาษทอง แต่ที่ฮ่องกงมีการทำพิธีขอให้อธิษฐานถาม “เจ้า” ต่อว่า ที่ได้มาปัดสะเดาะเคราะห์นี้ จะหายหรือไม่ ด้วยการโยนไม้ปัวะปวยหรือไม้เสี่ยงทาย ถ้าได้แบบคว่ำหนึ่งอัน หงายหนึ่งอัน จึงจะแปลว่าสำเร็จ ปรากฏว่าคำตอบคือไม่หาย ให้ลูกทำพิธีแทนได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้
ให้ผู้ดูแลศาลเจ้าทำพิธีให้ได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ตอบ
ให้ลูกเป็นคนทำพิธีให้ได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ตอบ
คนทำพิธีของศาลเจ้าจึงให้ลูกขอเสี่ยงทายโยน “ปัวะปวย” ถามต่อว่า ที่ยังไม่หายเป็นเพราะเจ้ากรรมนายเวรยังไม่ยอม...ใช่หรือไม่ ปรากฏว่า ไม้ที่โยนเป็น...คว่ำหนึ่งอัน หงายหนึ่งอัน แปลว่าใช่ คนทำพิธีจึงถามลูกว่า อาชีพของที่บ้านต้องฆ่าสัตว์เยอะ ใช่หรือไม่ คำตอบคือใช่
ผู้เขียนฟังแล้ว น้ำตาซึมด้วยความเห็นใจกับรู้สึกขอบคุณในการทำอาชีพที่เสียสละที่มีคนทำบาปแทนเรา เพราะทุกคนต้องการโปรตีนจากสัตว์ ต้องกินหมู เป็ด ไก่ คุณดีทำอาชีพขายไข่ เมื่อถึงเวลาก็ต้องมีแม่ไก่ที่ปลดระวาง ว่ากันว่าบรรดาไก่ต้มน้ำปลาที่ขายริมทางก็คือ แม่ไก่แก่นั่นเอง
ถึงตรงนี้...หลายท่านอาจสงสัยว่า แล้วคนที่ทำอาชีพเลี้ยงสัตว์ ไม่แย่กันหมดหรือ เพราะนี่ก็เป็นสัมมาชีพหนึ่งที่เสียสละมาก ผู้เขียนขอสันนิษฐานอย่างนี้ว่า ดวงก็เหมือนร่างกาย ที่แข็งแรงไม่เท่ากัน เช่นเดียวกับวาสนาของคนที่มีสูงต่ำไม่เท่ากัน บางคนจึงฉลาดมาก มีพลังจิตสูงมาก
สัตว์ก็เหมือนกัน มันต้องมีบ้าง...ตัวที่ฉลาดผิดปกติ พลังจิตกล้าผิดปกติ แม้จะมีน้อยมาก แต่ก็มีบ้าง เมื่อคนดวงไม่แข็งแรงมาทำอาชีพที่มีการฆ่าสัตว์มากๆ โอกาสแจ็กพอต โดนสัตว์พลังจิตกล้าอาฆาตเอาคืน ก็ย่อมมีได้ ว่ากันว่าบริษัทใหญ่ๆ ที่ทำฟาร์มหมูไก่จะทำบุญให้สัตว์ทุกเดือน
คนจีนจึงมีความเชื่อเรื่องดวงชง ในช่วงที่ดวงชงถือเป็นช่วงดวงอ่อน จะไม่ไปในสถานที่ที่อาจมีวิญญาณไม่ดี กรณีนี้คุณไซม่อนแนะนำให้คุณดีไหว้ช่วงสารทจีน ซึ่งเป็นเทศกาลไหว้ทำบุญให้ผีไม่มีญาติ และให้ไปไหว้...ตี่จั้งอ๊วงผ่อสัก หรือพระกษิติครรภมหาโพธิสัตว์ ผู้เขียนก็ได้บอกลูกคุณดีว่า ที่วัดเล่งเน่ยยี่มีตี่จั่งอ๊วงผ่อสัก พระมหาโพธิสัตว์ที่เน้นโปรดสัตว์ในนรก
เวลาที่พวกเราทำบุญ ควรมีการอุทิศกุศลผลบุญให้ผู้ที่เสียหายจากอาชีพของเราด้วย คนที่ทำอาชีพที่ต้องฆ่าสัตว์ก็อาจต้องบอกเหล่าสัตว์ที่หมดบุญว่าจะได้หมดกรรมแล้วไปเกิดใหม่ที่ดีขึ้น
รายที่ 5 เป็นการมาไหว้ขอลูก จากที่ผู้เขียนเคยเล่าไว้ว่าที่ศาลเจ้านี้ มีเจ้าองค์หนึ่ง ชื่อเจ้าแม่ “เหล่าบ้อ” แปลง่ายๆ คือ แม่เฒ่า ท่านเป็นเจ้าแม่ที่สวย แต่ไม่ชอบให้คนชมว่าท่านสวย จึงเรียกท่านว่า เหล่าบ้อ
นี่คือการพาคนมาลองไหว้ขอลูกเป็นครั้งแรกของผู้เขียน จะเรียกว่า...หนูทดลองรายแรกก็ได้ เธอคือคุณหนูผู้แต่งงานมาหลายปี ไม่มีลูกสักที อายุก็ 40 แล้วจึงอยากได้ลูกก่อนอายุจะมากไปกว่านี้ คุณหนูโทรถามผู้เขียนมาหลายเดือน ผู้เขียนก็แนะให้ไปไหว้แล้วเช่าสิงโตน้ำตาลจากศาลเจ้าพ่อเสือ เมื่อตอนต้นปี ก็คุยกันไว้ว่า ถ้ายังไม่สำเร็จก็ลองมาขอที่ฮ่องกง
คุณหนูก็รอจนผู้ใหญ่ทั้ง 4 ท่านแรกได้ทำพิธีจนเรียบร้อย แต่พอเสร็จจากกรณีของคุณดี คุณไซม่อนก็มีแวบไปดูดวงให้ลูกค้าฮ่องกงที่มารออยู่นาน พอเสร็จก็รีบมาทำพิธีให้คุณหนู
มาถึงก็บอกให้คุณหนูไหว้อธิษฐาน แล้วไปที่เตียง เอามือขวาล้วงไปที่หัวเตียงใต้หมอน ควานให้เจอซองอั้งเปา ค่อยๆ ลากซองจากหัวเตียงลากผ่านกลางเตียงไปปลายเตียง แล้วลากเข้าหาตัวที่คุกเข่าอยู่ตรงกลางเตียง จากนั้นก็เอาอั้งเปามาไหว้ขอบคุณเจ้าแม่แล้วเปิดอ่าน
ทุกคนตรงนั้นช่วยกันลุ้นน่าดู โดยเฉพาะสามีคุณหนู ปรากฏว่า ในซองเขียนคำอวยพรว่า การค้าก้าวหน้า คุณไซม่อนอ่านแล้วทำหน้าแปลกๆ ถามคุณหนูว่า ได้ซื้อกระดาษเงินกระดาษทองมาไหว้เจ้าแม่หรือยัง คำตอบคือ ยัง
คุณไซม่อนรีบพาไปซื้อเครื่องกระดาษสำหรับไหว้ขอลูก ค่าใช้จ่ายก็ไม่แพงนัก แล้วพาคุณหนูมาไหว้ใหม่ พร้อมจุดธูปอธิษฐานขอจากองค์เจ้าแม่ จากนั้นก็ให้ไปล้วงซองอั้งเปาที่หัวเตียงอีกที ปรากฏว่า ครั้งนี้ได้สมใจ เป็นคำพรจากเจ้าแม่ว่า ที่หวังไว้จะได้สมใจ
กลายเป็นว่า คุณหนูและสามีโชคดีมาก เจ้าแม่อวยพรให้การค้ารุ่งเรืองด้วย ที่อยากได้ลูกก็จะได้สมใจด้วย ว่าแล้วคุณไซม่อนก็ถามคุณหนูและสามีว่าเกิดปีอะไร คำตอบคือคุณหนูเกิดปีจอ สามีเกิดปีกุน ซึ่งคุณไซม่อนบอกว่า คุณหนูน่าจะได้ท้องสมใจ เพราะปีหน้าคนปีจอจะชง การชงของบางคนคือการออกลูก ไชโย...
และเมื่อใดที่คุณหนูท้อง ให้แจ้งมาที่ไกด์ฮ่องกงทันที เพื่อประสานงานว่า เมื่อท้องครบเดือน ทางศาลเจ้าต้องจุดธูปเวียนที่ด้านหน้าแท่นบูชาเจ้าแม่ เพื่อคุ้มครองการตั้งครรภ์ และเมื่อเด็กอายุครบขวบ ก็ให้พามาไหว้ด้วย
ในการมาไหว้ครั้งนี้นอกจากคนที่ไหว้พิเศษอาจมีค่าใช้จ่ายต่างหาก แต่ผู้เขียนได้ประสานงานให้ทางศาลเจ้าเตรียมผลไม้ไหว้และดอกไม้ให้ทุกคน ปรากฏว่าค่าใช้จ่ายคิดคนละ 50 เหรียญ เป็นผลไม้ไหว้คนละ 1 อย่าง กับดอกไม้ไหว้ที่ทางศาลซื้อเป็นกำๆ ไม่มีเวลาจัดให้ ต้องช่วยกันตรงนั้น โดยเป็นเคล็ดว่า ให้ไหว้ดอกไม้คนละ 6 กิ่ง เพราะเลข 6 ตรงนี้ ที่ฮ่องกงถือเป็นการอวยพรให้ ชาตินี้ไม่มีวันจน...ทั้งไม่ยากจนและไม่อับจน
และไม่จนปัญญา ขอให้สมคำพรด้วยเถอะ...สาธุ
สุดท้ายนี้ต้องบอกว่า ผู้เขียนไม่ได้อยากทำธุรกิจทัวร์แต่อย่างใด หลังจากเคลียร์ค่าใช้จ่ายแล้ว บรรดาลูกทัวร์ก็ล้วนได้สตางค์คืนกันไปถ้วนหน้าจ้า ยกเว้นท่านที่บอกว่าให้ผู้เขียนเก็บไว้ก่อน เพราะจะไปด้วยอีก ใครอยากไปบ้างโทรมาที่ 08-4488-4488 แล้วจะไปอีกทีเมื่อไหร่ยังไง ก็ค่อยว่ากัน
"จิตรา ก่อนันทเกียรติ"



