ไลฟ์สไตล์

สร้างไทยเป็นศูนย์กลางฮอลลีวูด

สร้างไทยเป็นศูนย์กลางฮอลลีวูด

21 เม.ย. 2552

ชงครม.ของบ 4 พันล้านกระตุ้นอุตสาหกรรมหนัง ฝัน 3 สร้างไทยเป็นศูนย์กลางฮอลลีวูดผลิตหนัง 323 เรื่อง เป็นเขตปลอดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ผลิตบัณฑิตด้านหนัง 6 ทุนต่อปี คกก.ภาพยนตร์ เห็นชอบ ร่างยุทธศาสตร์ส่งเสริมภาพยนตร์ให้ครม.ปลายเดือนเม.ย.นี้

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติเมื่อเร็วๆนี้ ได้มีมติเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์การส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ. 2552 – 2554 เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ให้มีเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม โดยร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวจะสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการผลิต เผยแพร่ จัดจำหน่ายภาพยนตร์ และวิดีทัศน์รายสำคัญของโลก รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ

ตลอดจนเป็นแหล่งผลิตพัฒนาบุคลากรด้านอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ที่มีคุณภาพ และเป็นเขตปลอดสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ตลอดจนมีศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของนานาชาติถึงการเป็นสังคมแห่งความโปร่งใส รวมทั้งมีพื้นที่เฉพาะ เพื่อพัฒนาให้เป็นเมืองภาพยนตร์และวีดิทัศน์

 นายวีระ กล่าวต่อไปว่า เป้าประสงค์ของร่างฉบับนี้ได้วางไว้ 3 ปี โดยตั้งเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในการถ่ายทำ ผลิต เผยแพร่ และจำหน่ายภาพยนตร์ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในปีที่1 จำนวน 31,822 ล้านบาท ปีที่2 จำนวน 39,343 ล้านบาท ปีที่ 3 จำนวน 50,887 ล้านบาท รวมทั้งมีเป้าหมายพัฒนาบุคลากรด้านภาพยนตร์ ได้แก่ บัณฑิตรับทุน 6 ทุนต่อปี หลักสูตรระยะสั้น 30 หลักสูตร ผู้ผ่านการอบรมกว่า 600 คน มีเป้าหมายลดการละเมิดลิขสิทธิ์และการรณรงค์ต่อต้าน โดยจะลดความสูญเสียจากสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ 3 ปีให้ได้ 75 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2,625 ล้านบาท จำนวนผู้ชมที่ได้รับสื่อรณรงค์การต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ 3 ล้านคน

 “นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายว่า จะมีภาพยนตร์ที่สร้างในศูนย์ส่งเสริมฯ ปีที่ 1 ถึงปีที่ 3 รวม 323 เรื่อง มีเงินลงทุนสร้างภาพยนตร์ในศูนย์รวม 4,041 ล้านบาท ร่างดังกล่าวจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในช่วงปลายเดือนเมษายน นี้ ซึ่งเมื่อผ่านความเห็นชอบแล้วการส่งเสริมอุสาหกรรมภาพยนตร์จะเกิดขึ้นอย่างจริงจัง เป็นไปตามร่างยุทธศาสตร์ที่วางไว้ 3 ปี หากสามารถทำให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จะสามารถทำให้ประเทศมีรายได้ และสามารถสร้างงานให้คนในชาติเป็นจำนวนมาก” ปลัดวธ.กล่าว