ไลฟ์สไตล์

หมดสิทธิ์เลือกตั้ง

หมดสิทธิ์เลือกตั้ง

21 มิ.ย. 2554

ดิฉันและน้องสาวเพิ่งทราบว่า จะไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตทะเบียนบ้านของตนเอง ที่ ต.กุดตุ้ม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ รายละเอียด ดังนี้

 ดิฉันได้ขอใช้สิทธิ์เลือก ส.ส.นอกเขต ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในปี 2550 แต่เนื่องจากปี 2553 ได้ย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จึงได้ใช้สิทธิ์ในเขตพระนครศรีอยุธยาโดยปริยาย ส่วนน้องสาว ได้ขอใช้สิทธิ์เลือก ส.ส.นอกเขต ที่ จ.ปัตตานี ในปี 2550
 ดิฉันสอบถามไปยังสายด่วน กกต. โทร.1171 เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2554 เจ้าหน้าที่ที่รับโทรศัพท์แจ้งว่า หากผู้ที่เคยลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขตในปี 2550 แล้ว ครั้งนี้ปี 2554 หากไม่ไปขอยกเลิกการใช้สิทธิ์นอกเขตจะต้องไปใช้สิทธิ์นอกเขตตามเดิมโดยปริยาย พอได้ยินดังนั้น ดิฉันตกใจมาก ซึ่งดิฉันไม่เคยได้รับการประชาสัมพันธ์เรื่องดังกล่าวมาก่อนเลย ที่ผ่านมาได้รับการประชาสัมพันธ์แต่เพียงว่า
 1.ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์นอกเขต ภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2554
 2.ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ล่วงหน้า ภายในวันที่ 13-17 มิถุนายน 2554
 ขอย้ำว่า ดิฉันไม่เคยทราบมาก่อนว่า จะต้องไปขอยกเลิกสิทธิ์นอกเขต และเจ้าหน้าที่ที่รับสายยังบอกอีกว่า ทำไมดิฉันไม่แจ้งก่อนวันที่ 2 มิถุนายน คนอื่นเขาไม่เห็นมีปัญหาเหมือนดิฉัน
 ดิฉันมีความเห็นว่า
 1.การใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกเขตในปี 2550 ไม่ควรเป็นภาระผูกพันมาถึงตอนนี้ ควรขอใช้สิทธิ์เป็นครั้งๆ ไป
 2.กกต.มีสิทธิ์อันใด มาตัดสินใจแทนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งว่า จะขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกเขตเช่นเดิม
 3.เจ้าหน้าที่ที่รับสายพูดได้อย่างไรว่า ดิฉันไม่ติดตามสิทธิ์ของตน และต่อว่าดิฉัน กรณีที่ดิฉันบอกว่า กกต.ไม่ประชาสัมพันธ์
 ดิฉันเชื่อว่าปัญหานี้ มีคนจำนวนมากที่ยังไม่ทราบเรื่องการขอยกเลิกสิทธิ์จากคราวที่แล้ว ปี 2550 ช่วยให้คนไทยหลายคนไปใช้สิทธ์ของคนไทยด้วย อย่าให้พวกเราต้องเสียสิทธิ์ ด้วยความไม่รู้เลย
จารุดา
ตอบ
 นายอนุสรณ์ ทิมา ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดชัยภูมิ ชี้แจงว่า กรณีแบบนี้เกิดขึ้นทุกปีที่มีการเลือกตั้ง ด้วยเหตุว่าประชาชนบางส่วนไม่ทราบขั้นตอนและไม่ได้ติดตามข่าวสาร จึงไม่ทราบหลักเกณฑ์ ทำให้เสียสิทธิ์ในการเลือกตั้ง
 การลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกเขตจังหวัด หากไม่ทำการยกเลิก ถือว่า เป็นไปตามเจตนาของผู้ประสงค์จะเลือกตั้ง และเป็นไปตามกฎระเบียบและหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง กรณีไม่ต้องการใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ณ ภูมิลำเนา หรือในเขตเลือกตั้งที่ตนมีชื่อเป็นผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง จะสะดวกสำหรับผู้ที่ทำงานต่างภูมิลำเนาจะได้ไม่ต้องแจ้งลงทะเบียนทุกครั้ง
 ผู้ที่เคยลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกเขตจังหวัด หากมีความประสงค์จะเปลี่ยนแปลงใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ณ เขตจังหวัดหรือภูมิลำเนาเดิม จะต้องแจ้งขอยกเลิกต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น หรือสำนักงานเขตที่มีชื่อในทะเบียน ภายในวันที่ 2 มิถุนายน 2554 หรือก่อนวันเลือกตั้ง 30 วัน กกต.ได้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบโดยทั่วกัน ผ่านทางสื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ และทางเว็บไซต์
 ทาง กกต. มีโครงการส่งหนังสือแจ้งผู้ที่ขอลงทะเบียนไว้กรณีต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูล โดยแนบแบบฟอร์มให้กรอกข้อมูลแล้วส่งกลับมาที่ กกต.จังหวัด หรือสำนักทะเบียนอำเภอ 
 ผอ.การเลือกตั้งชัยภูมิ แนะนำว่า หากประสงค์จะยกเลิกใช้สิทธิ์เลือกตั้งนอกเขตจังหวัด โดยไม่เสียสิทธิ์ ให้แจ้งเหตุที่ทำให้ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ก่อนวันเลือกตั้ง 7 วัน จนถึงหลังวันเลือกตั้ง 7 วัน ไปยื่นคำร้องที่ กกต.จังหวัดไหนก็ได้ เพราะมีฐานข้อมูลในการยกเลิก บัญชีรายชื่อก็จะกลับสู่สภาพเดิมหรือเป็นไปตามฐานข้อมูลที่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านนั้น
 ไม่เสียสิทธิ์...แต่ไม่ได้เลือก
ลุงแจ่ม

หมายเหตุ
 1.ดิฉันได้ติดต่อกับทาง กกต.จังหวัดชัยภูมิ แล้วเช่นกัน ได้รับคำตอบเช่นเดียวกับลุงแจ่ม
 2.สำหรับโครงการส่งหนังสือแจ้งผู้ที่ขอลงทะเบียนไว้กรณีต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลนั้น ทางครอบครัวดิฉันไม่เคยได้รับเลย ได้รับแต่เพียงจดหมายแจ้งให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งได้รับในตอนเย็นวันที่ 14 มิถุนายน 2554 
 3.ทางกกต.แจ้งว่า มีการประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับการยกเลิกผ่านสื่อต่างๆ นั้น เมื่อประมาณปลายเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา ดิฉันได้พยายามหาข้อมูลทางเว็บไซต์ ของทั้ง กกต.กลาง/กกต.จ.ชัยภูมิ/กกต.จ.พระนครศรีอยุธยา ไม่มีข้อความดังกล่าวเลย
 4.หากมีการประชาสัมพันธ์จริง ดิฉันเชื่อว่าลุงแจ่ม และทีมงานต้องทราบถึงข้อกำหนดนี้อย่างแน่นอน
 สุดท้าย คนไทยหลายคนก็เสียสิทธิ์ด้วยความไม่รู้ หากนับตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2554 ก่อนถึงวันเลือกตั้งวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 จะมีเวลารวมทั้งสิ้น 18 วัน ทาง กกต.จะไม่สามารถทำอะไรได้เลยหรือ
 ดิฉันขอฝากแนวคิดไปยัง กกต.
 1.การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งล่าสุดปี 2550 ผ่านมาแล้ว 4 ปี ผู้ที่เคยขอใช้สิทธิ์นอกเขตเขาอาจจะย้ายที่ทำงาน/ย้ายที่เรียน ไปยังจังหวัดอื่นๆ ก็เป็นได้ และจากนี้อีก 4 ปี ก็เช่นกัน
 2.ขอให้ยกเลิกโครงการส่งหนังสือแจ้งผู้ที่ขอลงทะเบียนไว้กรณีต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูล เพราะอาจจะไม่ทั่วถึง และไม่ได้รับหนังสือตามที่แจ้ง ดังเช่นครอบครัวดิฉัน
 3.ควรขอใช้สิทธิ์นอกเขตเป็นครั้งๆ ไป ไม่ควรมีภาระผูกพันติดตัวไปตลอด
จารุดา