ไลฟ์สไตล์

๖ เหตุแห่งความบาดหมาง

๖ เหตุแห่งความบาดหมาง

21 มิ.ย. 2554

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสว่า เป็นมูลเหตุให้เกิดการทะเลาะวิวาท บาดหมาง อันเป็นเหตุปัจจัยสำคัญให้เกิดความแตกแยกสามัคคีในหมู่คณะ มีอยู่ ๖ เหตุ คือ

  ๑. ความเป็นผู้มักโกรธ และมักผูกโกรธ นั้น บางคนแสดงออกให้เห็นอาการกิริยาและทางวาจาได้ง่าย แต่บางรายผูกโกรธคุกรุ่นลึกอยู่ในใจ  ผูกพยาบาทมาดร้าย มุ่งแต่จะคิดทำลายล้างผลาญให้ผู้อื่นเป็นที่ฝ่ายตรงกันข้ามกับตน ให้ถึงความพินาศในทรัพย์สิน ในเกียรติคุณความดี  ตลอดถึงร่างกายและแม้ให้ถึงชีวิต

 ๒. ความเป็นผู้ลบหลู่คุณความดีของผู้อื่น และความเป็นผู้ตีตัวเสมอด้วยมานะทิฏฐิ หลงตัวหลงตนว่า เสมอกับเขา หรือว่าสูงกว่าเขา แล้วย่อมแสดงกิริยาอาการและวาจาที่แข็งกร้าว ไม่ยอมลดราวาศอกให้แก่กัน  ไม่รู้จักประนีประนอมยอมความกัน เหล่านี้ก่อให้เกิดความแตกแยกสามัคคีกันหนักขึ้น จนหาความสงบสุขมิได้

 ๓. ความเป็นผู้มักริษยาหรืออิจฉา เห็นผู้อื่นได้ดีมีสุข ก็ทนไม่ได้ และมักคิด - พูด - ทำร้ายเขา  ด้วยประการต่างๆ  เช่น  ใส่ไคล้  ให้ร้าย  ป้ายสี  และสุดท้าย ไม่ยอมอภัยให้แก่กันและกัน  เพราะความที่ไม่ปรารถนาที่จะเห็นใครอื่น  มีเกียรติคุณความดี  หรือมั่งมีศรีสุขเสมอกับตน  หรือมีดียิ่งไปกว่าตน

 ๔. ความเป็นผู้โอ้อวด  มีมารยา  คือ  เป็นคนเจ้าเล่ห์  ตนเองแม้มีดีเด่นแต่เพียงเล็กน้อย หรือไม่มีอะไรดีเด่น  แม้ไม่มีใครถาม  ก็ชอบแต่จะโอ้อวดความดีเด่นของตน  ส่วนความดีเด่นของผู้อื่นแม้มีมาก  ก็พยายามปกปิดไว้  มิให้ใครรู้  เรียกว่า  ชอบเอาดีมาใส่ตัว  ชอบเอาความชั่วไปใส่ให้ผู้อื่น

 ๕. ความเป็นผู้มีความปรารถนาลามก  ได้แก่  ความเป็นผู้มักโลภจัด  เห็นแก่ตัวจัด  ตัณหาราคะจัด  มักหม่นมุ่นในกาม/ไม่สำรวมในกาม  เป็นผู้ทะเยอทะยาน  มักใหญ่ใฝ่สูงเกินฐานะ - เกินความรู้ความสามารถ  และเกียรติคุณความดี  ตามที่เป็นจริงของตัว

 ๖. ความเป็นผู้ยึดมั่นอยู่แต่ในความคิดเห็นของตน  ไม่ยอมฟังเหตุผลอันชอบธรรมจากผู้ใด  ไม่ยืนอยู่บนหลักธรรม  คือ  เป็นผู้ไม่มีศีล  ไม่มีธรรม  ไม่มั่นคง  ไม่จริงใจอยู่ในหลักศีลธรรม  มักปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยอคติ  ไม่เที่ยงธรรมตามหลักกฎหมาย  กล่าวคือ  หลักนิติรัฐ - นิติธรรม และตามกติกาสังคม มักเป็นผู้ถือรั้น  คือ  ดื้อดึงด้วยทิฏฐิชั่วของตน  มิไยที่ใครๆ จะชี้โทษหรือชี้แนะ  ก็ไม่ยอมฟัง  เป็นบุคคลประเภทที่คลายจากความยึดถือผิดๆ ได้ยาก

 ทั้ง  ๖  ประการนี้  และลุกลามออกไปเป็นความแตกแยกความสามัคคีของประชาชนทั้งประเทศ  และแม้ถึงเหล่าทวยเทพเทวาทั้งหลายด้วย ได้

"พระราชญาณวิสิฐ (หลวงป๋า)"